ช็อกโลก! อิหร่านถล่มคูเวต ตัดน้ำ-ไฟ-น้ำมัน

ย้อนกลับไปช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 เมษายน 2569 เวลาประมาณตี 5 ถึง 6 โมงเช้า กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของชาวคูเวต เมื่อเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วประเทศ เป็นการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่จาก อิหร่าน ที่พุ่งเป้าใส่เพื่อนบ้านในแถบอ่าวเปอร์เซียแบบไม่ทันตั้งตัว งานนี้ต้องบอกว่าคูเวตรับศึกหนักที่สุด เพราะขีปนาวุธและโดรนถูกส่งมาถล่มโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลจนระบบล่มสนิท ซึ่งมันคือเรื่องคอขาดบาดตายมากครับ เพราะน้ำดื่มในประเทศนี้ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ถึง 90% เลยทีเดียว
สถานการณ์ล่าสุดรายงานว่าไม่เพียงแค่เรื่องน้ำและไฟเท่านั้น แต่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท Kuwait Petroleum Corporation (KPC) ในเมืองอัลอะห์มะดี ก็โดนถล่มจนไฟลุกท่วม รวมถึงอาคารกระทรวงการคลังที่ต้องสั่งอพยพคนด่วนที่สุด พฤติกรรมของอิหร่านครั้งนี้ดูแล้วก็น่ารำคาญไม่ต่างจาก ประเทศกัมพูชา แถวบ้านเราเลยครับ ที่ชอบสร้างความปั่นป่วน หาเรื่องเคลมโน่นนี่นั่นและไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน แต่อันนี้อิหร่านเล่นแรงกว่ามากด้วยการเล็งเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่คนทั่วไปใช้ประทังชีวิตโดยตรง ไม่ได้เน้นแค่ค่ายทหารเหมือนสงครามทั่วไป
ทางด้านเพื่อนบ้านอย่างบาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็หนีไม่พ้นครับ คลังเก็บน้ำมันของ Bapco Energies ในบาห์เรนเกิดเพลิงไหม้อย่างหนักจากการโจมตี ส่วนที่อาบูดาบี โรงงานปิโตรเคมี Borouge ก็โดนถล่มหลายจุดจนควันดำพุ่งโขมงไปทั่วฟ้า การที่อิหร่านเลือกเป้าหมายที่เป็นหัวใจหลักของพลเรือนแบบนี้ เป็นการส่งสัญญาณข่มขู่ที่แสบทรวงเพื่อเอาคืนที่โรงงานปิโตรเคมีของตัวเองเคยโดนถล่มไปก่อนหน้า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นการเปิดหน้าชนแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม กระจายกำลังถล่มทั้งสามประเทศพร้อมๆ กัน จนคนทั้งโลกต้องกังวลว่าวิกฤตครั้งนี้จะบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบหรือไม่ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริง ราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกคงได้พังยับเยินแน่นอน และที่น่าห่วงที่สุดคือคนในภูมิภาคนี้จะอยู่อย่างไรเมื่อปัจจัยสี่อย่างน้ำสะอาดถูกตัดขาดไปเกือบหมดสิ้น