ทัวร์จีนลง! สงกรานต์เขมรก๊อปไทย ผวาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กลายเป็นประเด็นร้อนระอุบนโลกโซเชียลแดนมังกรเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา หลังจากกัมพูชาพยายามจะอัปเกรดการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ด้วยการปล่อยคลิปโปรโมทเทศกาล "มหาสงกรานต์เขมร 2026" โดยดึงตัวเจ้าหญิงนโรดม เจนณา มาเป็นพรีเซนเตอร์หวังดึงเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวจีนแบบจัดเต็ม ซึ่งรอบนี้มีความพยายามอย่างเห็นได้ชัดในการเปลี่ยนชื่อเรียกจากเดิมที่ชาวต่างชาติไม่คุ้นหูอย่าง 'โจลชนัมทเมย' มาเป็นคำว่าสงกรานต์เพื่อให้ดูเป็นสากลและเข้าถึงง่ายมากขึ้น
แต่แทนที่จะได้รับคำชม งานนี้กัมพูชากลับต้องเจอกับกระแสตีกลับอย่างรุนแรง เมื่อชาวเน็ตจีนพากันเข้ามาคอมเมนต์ถล่มจนคลิปแทบแตก เพราะองค์ประกอบในคลิปทั้งเสื้อผ้า หน้าผม และท่วงท่าการร่ายรำนั้น ดูยังไงก็ "พยายาม" จะทำให้เหมือนกับการท่องเที่ยวของประเทศไทยแบบไม่มีผิดเพี้ยน จนคนจีนถึงกับตั้งฉายาให้ว่านี่มันคือการท่องเที่ยวไทยสาขาพนมเปญชัดๆ หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่โชว์จุดเด่นที่เป็นของตัวเองจริงๆ แต่กลับเลือกที่จะหยิบยืมกลิ่นอายจากเพื่อนบ้านมาใช้จนแทบแยกไม่ออก
สิ่งที่ทำให้ทัวร์จีนลงหนักกว่าเดิม ไม่ใช่แค่เรื่องของการเลียนแบบวัฒนธรรมเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยที่ชาวจีนยังคง "ขยาด" ไม่หาย เพราะภาพจำเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อต้นปีที่อินฟลูเอนเซอร์สาวชาวจีนถูกหลอกไปทำงานที่เมืองสีหนุวิลล์ แล้วถูกทำร้ายร่างกายจนปางตายยังคงติดตา
"ต่อให้จัดงานสวยงามแค่ไหน หรือเปลี่ยนชื่อให้น่าไปเพียงใด แต่ถ้าไปแล้วต้องเสี่ยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ใครจะกล้าเอาชีวิตไปทิ้ง"นี่คือหนึ่งในคอมเมนต์ที่มีคนกดไลก์มากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อกัมพูชานั้นติดลบไปเรียบร้อยแล้ว
สถานการณ์ล่าสุดในตอนนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเริ่มมีการแชร์คำเตือนและรณรงค์แบนการไปเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง แม้ทางกัมพูชาจะพยายามใช้ Soft Power ผ่านรูปลักษณ์ที่สวยงามมากลบเกลื่อนภาพลักษณ์เมืองสแกมเมอร์ แต่ดูเหมือนว่าความพยายามครั้งนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะนอกจากจะโดนตราหน้าเรื่องการเคลมวัฒนธรรมไทยแล้ว เรื่องความปลอดภัยที่เป็นหัวใจหลักของการท่องเที่ยวก็ยังสอบตกในสายตาชาวโลกอยู่ดี