เดือด! หมูเฟิร์นแฉ พ.ต.ท.รีดค่าน้ำมัน สั่งเด้งด่วน

กลายเป็นเรื่องร้อนที่ทำเอาชาวเน็ตเดือดจัด เมื่ออินฟลูเอนเซอร์สาว “หมูเฟิร์น” ออกมาอัดคลิปแฉพฤติกรรมสุดช็อกของตำรวจยศ “พ.ต.ท.” ตำแหน่งพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ที่กล้าเรียกเก็บเงิน “ค่าน้ำมันรถ” จำนวน 300 บาท จากชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อน เพื่อแลกกับการยอมลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุโจรงัดบ้าน งานนี้ทำเอาคนฟังถึงกับงงว่าหน้าที่ดูแลประชาชนทำไมต้องมีค่าธรรมเนียมส่วนตัวแบบนี้ด้วย ทั้งที่เงินแค่ไม่กี่ร้อยแต่เสียความรู้สึกกันทั้งประเทศ
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 14.23 น. โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมายืนยันแล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีมูลความจริง แถมยิ่งขุดยิ่งเจอความฉาว เพราะมีผู้เสียหายอีกรายโผล่มาแฉซ้ำว่าเคยโดนตำรวจนายนี้เรียกเก็บค่าน้ำมันโหดกว่าเดิมถึง 3,000 บาท เพียงเพื่อจะให้เดินทางไปขอหมายจับในคดีหลอกลวงออนไลน์ พฤติกรรมแบบนี้ดูแล้วน่ารังเกียจไม่ต่างจากพวกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในแถบกัมพูชาที่จ้องแต่จะรีดไถ ซึ่งคนไทยเรายอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้จริงๆ
หลังจากเรื่องแดงขึ้นมา ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ไม่นิ่งเฉย สั่งฟันทันทีด้วยการมีคำสั่ง “เด้งด่วน” นายตำรวจคนดังกล่าวให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยไม่มีกำหนด พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดเพื่อให้เข็ดหลาบ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับตำรวจคนอื่นที่คิดจะเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านมาเป็นช่องทางหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
ทางด้านโฆษก ตร. ย้ำชัดเจนว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ “ไม่มีนโยบาย” ให้ประชาชนต้องมาจ่ายค่าน้ำมันรถให้ตำรวจเด็ดขาด เพราะรัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณลงไปให้ในพื้นที่อย่างเพียงพออยู่แล้ว ต่อให้เป็นช่วงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงแค่ไหนก็มีงบเสริมเตรียมไว้ตลอดเวลา ตำรวจทุกคนมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงกินดีอยู่ดีกว่าคนอีกหลายอาชีพ ดังนั้นการบริการประชาชนจึงถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง จะมาอ้างว่าน้ำมันหมดหรือไม่มีงบเพื่อเลี่ยงงานไม่ได้เด็ดขาด
ขณะที่รองโฆษก ตร. ได้ทิ้งท้ายเตือนสติพวกตำรวจนอกแถวไว้อย่างเจ็บแสบว่า
“ถ้าไม่อยากเป็นตำรวจก็ไม่เป็นไร ยังมีน้องๆ อีกหลายคนที่อยากเข้ามาทำหน้าที่นี้”เพราะการเป็นตำรวจไทยต้องพร้อมดูแลประชาชน ไม่ใช่คอยจ้องจะสร้างภาระเพิ่มในยามที่ชาวบ้านเขาทุกข์ใจที่สุด ถ้าทำตัวดีๆ ไม่ได้ หรืออยากจะทำพฤติกรรมเห็นแก่ได้เหมือนตำรวจประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ก็ควรลาออกไปทำอาชีพอื่นซะดีกว่า