ทัวร์ลง! เขมรก๊อปสงกรานต์ไทย จีนผวาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกโซเชียลทันทีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 เมษายน 2569 หลังจากที่กัมพูชาตัดสินใจปล่อยคลิปวิดีโอโปรโมทเทศกาลสาดน้ำครั้งใหญ่ หวังดึงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ โดยมีการดึงตัว "เจ้าหญิงนโรดม เจนณา" มาเป็นตัวชูโรงในแคมเปญนี้ แต่แทนที่จะได้รับคำชมกลับกลายเป็นกระแสตีกลับอย่างรุนแรง เมื่อชาวเน็ตต่างพากันจับผิดว่าภาพที่ปรากฏในคลิปนั้นแทบจะแยกไม่ออกจากวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย การแต่งหน้า หรือแม้แต่ท่วงท่าการร่ายรำที่ดูยังไงก็เป็น "ไทยสไตล์" แบบชัดเจนจนน่าเกลียด
สิ่งที่ทำให้หลายคนอึ้งไปตามๆ กันคือการที่กัมพูชายอมทิ้งชื่อเทศกาลดั้งเดิมของตัวเองอย่าง "โจลชนัมทเมย" แล้วหันมาสวมรอยใช้คำว่า "มหาสงกรานต์เขมร 2026" แทน เพื่อจงใจเกาะกระแสคำว่าสงกรานต์ที่ทั่วโลกต่างยกให้เป็นแบรนด์ของประเทศไทยไปแล้ว การกระทำแบบนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะดูไม่มีจุดยืนเป็นของตัวเองแล้ว ยังเป็นการทำลายเอกลักษณ์ดั้งเดิมที่กัมพูชาเคยมีให้กลายเป็นเพียงของเลียนแบบที่พยายามจะทำให้เหมือนเพื่อนบ้าน แต่กลับทำได้เพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น
แต่สิ่งที่ดูจะเป็นปัญหาหนักกว่าเรื่องเคลมวัฒนธรรม คือปฏิกิริยาจากกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างชาวจีนที่พากันออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบอย่างล้นหลาม โดยมองว่าแคมเปญนี้ไม่ได้สร้างความน่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย ความกังวลสูงสุดของคนจีนไม่ใช่เรื่องใครเลียนแบบใคร แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากภาพจำของขบวนการหลอกลวงต้มตุ๋นและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองสีหนุวิลล์ยังคงเป็นตราบาปที่นักท่องเที่ยวจีนหวาดระแวง จนมีคำพูดเสียดสีออกมาในทำนองว่า
"ตกลงชวนไปเที่ยวสาดน้ำจริงใจแค่ไหน หรือกะจะชวนไปโดนสาดสายโทรศัพท์หลอกโอนเงินเข้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กันแน่"
สถานการณ์ล่าสุดในขณะนี้ แคมเปญที่กัมพูชาตั้งใจจะใช้สร้างซอฟต์พาวเวอร์และโกยรายได้เข้ากระเป๋า กลับกลายเป็นไวรัลในแง่ลบที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยและวิกฤตการขาดอัตลักษณ์ของตัวเองไปอย่างกู้คืนยาก แทนที่จะโปรโมทของดีที่ตัวเองมีอยู่จริง กลับเลือกเดินเกมด้วยการลอกเลียนแบบผลงานของไทย จนสุดท้ายก็หนีไม่พ้นโดนชาวโลกมองว่าเป็นเพียง "สินค้าก๊อปปี้" ที่ยังแฝงไปด้วยความน่ากลัวของแก๊งมิจฉาชีพที่พร้อมจะรอกินเหยื่อในคราบนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา