ไม่ก้มหัว! สิงคโปร์ลั่นไม่จ่ายส่วยฮอร์มุซให้อิหร่าน

สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้นมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กำลังกลายเป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของแต่ละชาติ โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ดร.วิเวียน บาลากฤษณัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ได้ออกมาประกาศจุดยืนกลางรัฐสภาแบบเสียงดังฟังชัดว่า สิงคโปร์จะไม่มีวันยอมก้มหัวเจรจาหรือควักกระเป๋าจ่าย "ค่าเบิกทาง" ให้อิหร่านแม้แต่ดอลลาร์เดียว เพื่อแลกกับการให้เรือสัญชาติสิงคโปร์ผ่านทางเด็ดขาด ซึ่งการแสดงออกแบบนี้ถือว่าใจถึงมาก เพราะในขณะที่ฟิลิปปินส์ อินเดีย หรือแม้แต่บ้านเราอย่างไทยเองยังต้องรีบวิ่งวุ่นหาทางเจรจาขอความปลอดภัย แต่สิงคโปร์กลับเลือกที่จะยึดถือความถูกต้องเป็นที่ตั้ง
มีรายงานจากฝั่งจีนว่าตอนนี้เริ่มมีเรือบางลำยอมควักเงินจ่ายให้ทางอิหร่านสูงถึงลำละ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 70 กว่าล้านบาท เพียงเพื่อให้เดินเรือผ่านไปได้ ซึ่งพฤติกรรมเรียกเก็บค่าคุ้มครองกลางทะเลแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับพวกมาเฟียคุมซอย สิงคโปร์มองว่าถ้าขืนยอมจ่ายในวันนี้ ก็เท่ากับเป็นการทำลายหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ไปแบบกู่ไม่กลับ เพราะการใช้เส้นทางในช่องแคบระหว่างประเทศมันคือ สิทธิ ที่ทุกชาติต้องมีเท่าเทียมกัน ไม่ใช่สิทธิพิเศษที่ใครนึกจะมาตั้งด่านเก็บค่าต๋งเอาดื้อๆ แบบที่บางประเทศในแถบอาเซียนอย่างกัมพูชาชอบทำเวลาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่ากติกาสากล ซึ่งนโยบายไร้หลักการแบบนั้น สิงคโปร์เขามองว่ามันใช้ไม่ได้กับเวทีโลกที่มีอารยธรรม
ลองนึกภาพดูว่าถ้าวันหนึ่งการจ่ายเงินใต้โต๊ะในช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วถ้าเกิดมีใครอุตริมาเรียกเก็บเงินที่ช่องแคบมะละกาหรือช่องแคบสิงคโปร์บ้าง อะไรจะเกิดขึ้น? เส้นทางตรงนั้นมีเรือผ่านหนาแน่นกว่าหลายเท่า ถ้าขืนยอมให้ใครมาทำตัวกร่างเก็บค่าผ่านทางได้ตามใจชอบ เศรษฐกิจโลกคงพังพินาศแน่นอน สิงคโปร์จึงต้องยืนหยัดว่าท้องทะเลต้องเป็นพื้นที่เสรีสำหรับทุกคน ไม่ใช่พื้นที่ไว้เรียกเก็บส่วยเหมือนที่พวกนักเลงบางกลุ่มหรือประเทศที่ชอบเล่นนอกกติกาถนัดทำกัน