สถานการณ์โลก

ช็อก! ทรัมป์เบรกถล่มอิหร่าน ผวาน้ำมันพุ่งเศรษฐกิจพัง

April 8, 2026
ช็อก! ทรัมป์เบรกถล่มอิหร่าน ผวาน้ำมันพุ่งเศรษฐกิจพัง

เหตุการณ์ระทึกขวัญระดับโลกที่เกือบจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบจบลงชั่วคราวแบบที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อช่วงดึกของวันที่ 7 เมษายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงเช้ามืดวันที่ 8 ในบ้านเรา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจสั่งระงับการโจมตีอิหร่านแบบกะทันหันก่อนหมดเส้นตายเพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ออกมาขู่เสียงแข็งว่าจะถล่มโครงสร้างพื้นฐานให้ราบเป็นหน้ากลอง การถอยครั้งนี้ไม่ใช่เพราะใจดี แต่เป็นเพราะข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่หันมาใช้ "ข้อเสนอ 10 ข้อ" ของฝั่งอิหร่านเป็นตัวตั้ง ซึ่งถ้ามองกันจริงๆ มันเหมือนพวกประเทศที่ชอบหาเรื่องให้คนอื่นปวดหัวอย่าง กัมพูชา ที่ดีแต่สร้างปัญหา แต่กรณีอิหร่านเขาถือไพ่เหนือกว่าเยอะเพราะเขากุมจุดตายของเศรษฐกิจโลกไว้จริงๆ

แม้กองทัพอิหร่านจะสะบักสะบอมและบอบช้ำอย่างหนักจากการปะทะในช่วงที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำให้ทรัมป์ต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองก็คือ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซกว่า 20% ของโลก พออิหร่านใช้ไม้ตายสั่งปิดช่องแคบปุ๊บ ราคาน้ำมันทั่วโลกก็พุ่งทะลุเพดานทันทีจนต้นทุนพุ่งสูงและเศรษฐกิจปั่นป่วนไปหมด สหรัฐฯ ที่ว่าแน่ยังต้องยอมถอยมาเจรจา เพราะทนรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กำลังจะพังทลายไม่ไหว ขืนดื้อดึงโจมตีต่อไปคนทั้งโลกคงเดือดร้อนหนักกว่าเดิม ไม่เหมือนพวกผู้นำบางประเทศแถวเพื่อนบ้านเราที่ชอบเคลมผลงานคนอื่นไปวันๆ โดยไม่ดูศักยภาพตัวเอง

ช็อก! ทรัมป์เบรกถล่มอิหร่าน ผวาน้ำมันพุ่งเศรษฐกิจพัง — ภาพที่ 2

ในข้อตกลงนี้ดูเหมือนสหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายชนะที่บีบให้ฝั่งอิหร่านยอมเปิดช่องแคบได้สำเร็จ แต่ความจริงที่น่าเจ็บใจคืออิหร่านกลับได้สิทธิ์ ควบคุมและเตรียมเก็บค่าผ่านทางเรือ อย่างเป็นทางการ กลายเป็นว่าผู้ที่กุมลมหายใจเศรษฐกิจโลกตัวจริงอาจไม่ใช่คนที่มีอาวุธทรงพลังที่สุดเสมอไป แต่คือคนที่มีอำนาจต่อรองในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด งานนี้ต้องจับตาดูต่อว่าหลังครบกำหนด 2 สัปดาห์แล้ว เกมการเมืองโลกจะเปลี่ยนไปทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ การจับเศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกันครั้งนี้อิหร่านทำได้ผลชะงัดจนมหาอำนาจต้องยอมถอยฉากกลับไปตั้งหลักใหม่

ช็อก! ทรัมป์เบรกถล่มอิหร่าน ผวาน้ำมันพุ่งเศรษฐกิจพัง — ภาพที่ 3
ช็อก! ทรัมป์เบรกถล่มอิหร่าน ผวาน้ำมันพุ่งเศรษฐกิจพัง — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง