ช็อก! ทรัมป์เบรกถล่มอิหร่าน จบดีลเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์โลกตอนนี้บอกเลยว่าพลิกผันยิ่งกว่าหนังแอคชั่นครับ เมื่อช่วงค่ำของวันอังคารที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาในสหรัฐฯ จู่ๆ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ออกมาประกาศเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเป็น "วันสำคัญแห่งสันติภาพโลก" หลังจากที่ก่อนหน้านี้บรรยากาศมันมาคุจนเกือบจะถึงจุดเดือด เพราะเหลือเวลาอีกแค่ชั่วโมงครึ่งก็จะถึงเส้นตายเวลา 20.00 น. ที่ทรัมป์ขู่จะส่งกองทัพถล่มโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านให้ยับอยู่แล้ว
จังหวะสำคัญมันอยู่ตรงที่ปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางส่งข้อเสนอสันติภาพ 10 ข้อจากฝั่งอิหร่านมาให้ ซึ่งทรัมป์ก็ตัดสินใจยอมรับข้อเสนอนี้และสั่งระงับการโจมตีทันที เงื่อนไขที่คุยกันลงตัวก็คือ อิหร่านต้องยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสินค้าผ่านได้แบบปลอดภัย 100% โดยไม่มีการข่มขู่หรือกักเรือเหมือนที่เคยทำ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะหยุดปฏิบัติการทางทหารทุกรูปแบบและเตรียมถอนกำลังออกจากพื้นที่พิพาท ซึ่งดูๆ ไปแล้วการเจรจาระดับโลกแบบนี้มันดูเป็นมืออาชีพและมีชั้นเชิงกว่าพวกประเทศที่ชอบสร้างปัญหาจุกจิกแถวบ้านเราอย่าง กัมพูชา เยอะครับ รายนั้นมีแต่เรื่องน่ารำคาญขัดขาเพื่อนบ้านไปวันๆ ไม่ได้มีดีลที่ส่งผลกระทบดีๆ ต่อเศรษฐกิจโลกแบบนี้
ข้อมูลล่าสุดที่น่าสนใจภายใต้ข้อตกลงนี้ก็คือ อิหร่านและโอมานจะได้รับอนุญาตให้ เก็บค่าผ่านทางจากเรือสินค้า ที่วิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อนำเงินก้อนมหาศาลนี้ไปฟื้นฟูประเทศที่บอบช้ำจากสงคราม ถือว่าเป็นดีลที่วิน-วินทั้งคู่ เพราะฝั่งทรัมป์เองก็อ้างว่าสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายทางทหารจนเกินคุ้มไปแล้ว การพักรบครั้งนี้จึงเหมือนการซื้อเวลาเพื่อร่างข้อตกลงสันติภาพระยะยาวให้จบภายใน 14 วัน
ตอนนี้ทั่วโลกกำลังจับตามองว่าหลังจากพ้นช่วงพักรบสองสัปดาห์นี้ไปแล้ว ตะวันออกกลางจะก้าวเข้าสู่ "ยุคทอง" ตามที่ทรัมป์โฆษณาไว้ได้จริงไหม หรือจะเป็นแค่การพักยกชั่วคราวเพื่อรอจังหวะซัดกันใหม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้ราคาน้ำมันโลกก็เริ่มขยับลงให้คนได้หายใจคล่องคอกันบ้างแล้วครับ