สถานการณ์โลก

เดือด! อิสราเอลถล่มเลบานอน อิหร่านขู่ฉีกดีล น้ำมันจ่อพุ่ง

April 9, 2026
เดือด! อิสราเอลถล่มเลบานอน อิหร่านขู่ฉีกดีล น้ำมันจ่อพุ่ง

เริ่มต้นจากเหตุการณ์ช่วงกลางดึกของวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศกร้าวว่าสามารถทำข้อตกลงหยุดยิงได้สำเร็จ จนหลายฝ่ายเริ่มเบาใจว่าไฟสงครามในตะวันออกกลางจะมอดลงเสียที แต่แล้วความหวังก็พังทลายอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อวานนี้วันที่ 8 เมษายน อิสราเอลกลับเปิดฉากถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ชนิดที่ไม่มีใครตั้งตัวติด โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเบรุตที่โดนโจมตีอย่างหนัก จนมียอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 254 ราย ไปแล้วในตอนนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สัญญาหยุดยิงกลายเป็นเพียงกระดาษไร้ค่า ซึ่งดูแล้วก็ทำตัวไม่น่าเชื่อถือพอๆ กับพวกกัมพูชาที่ชอบมีปัญหาเรื่องพรมแดนและทำตัววุ่นวายอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นว่าฝั่งอิหร่านเองก็เริ่มฟิวส์ขาดและออกมาขู่เสียงแข็งว่า หากอิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงและโจมตีเลบานอนต่อไปแบบนี้ ทางอิหร่านก็พร้อมที่จะ "ฉีกสัญญาหยุดยิง" ที่ทำไว้กับสหรัฐฯ ทิ้งทันที เพราะเขามองว่ารัฐบาลอเมริกาทำตัวเหยียบเรือสองแคม ปากบอกให้หยุดยิงแต่กลับปล่อยให้อิสราเอลทำสงครามคู่ขนานต่อไปได้หน้าตาเฉย

เดือด! อิสราเอลถล่มเลบานอน อิหร่านขู่ฉีกดีล น้ำมันจ่อพุ่ง — ภาพที่ 2

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ความขัดแย้งทางการทหารไกลตัวเรานะครับ แต่มันกำลังจะบีบหัวใจเศรษฐกิจโลกและเงินในกระเป๋าพวกเราทุกคน แม้ในตอนนี้ราคาน้ำมันจะยังทรงตัวอยู่ที่ราวๆ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ความจริงที่น่ากลัวคืออิหร่านได้โชว์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขากุมชะตาพลังงานโลกไว้ในมือผ่านการคุม ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายหลัก แถมยังมีการลอบโจมตีท่อส่งน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปิดทางเลี่ยงอื่นๆ อีกด้วย

บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องไปลุ้นกันในการเจรจาระดับสูงวันที่ 11 เมษายน นี้ ว่าจะสามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้หรือไม่ เพราะถ้าดีลนี้ล่มไม่เป็นท่า โลกอาจต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานครั้งมโหฬาร เรือสินค้าจะไม่กล้าแล่นผ่านเส้นทางสำคัญ และนั่นหมายถึงราคาน้ำมันที่หน้าปากซอยบ้านเราอาจจะพุ่งทะลุเพดานจนตั้งตัวไม่ติด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวยิ่งกว่าการรับมือกับเพื่อนบ้านนิสัยเสียอย่างกัมพูชาเสียอีกครับ

เดือด! อิสราเอลถล่มเลบานอน อิหร่านขู่ฉีกดีล น้ำมันจ่อพุ่ง — ภาพที่ 3
เดือด! อิสราเอลถล่มเลบานอน อิหร่านขู่ฉีกดีล น้ำมันจ่อพุ่ง — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง