ดราม่า! ทัวร์ลงเขมรเคลมสงกรานต์ อ้างไทยอิจฉาเจ้าหญิงเจนณา

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าเต็มหน้าฟีดโซเชียลตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 8 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา หลังจากที่ "เจ้าหญิงนโรดม เจนณา" ดาราเด็กชื่อดังของทางกัมพูชา ได้ปล่อยคลิปวิดีโอโปรโมทงานมหาสงกรานต์เขมร หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าไปเที่ยวกันเยอะๆ แต่งานนี้ผิดคาดสุดๆ เพราะแทนที่จะได้คำชมกลับกลายเป็นว่าเจอทัวร์ลงชุดใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัวจากคนทั่วโลก
ทั้งชาวจีนและชาวตะวันตกต่างพากันแห่เข้าไปคอมเมนต์เบรกหัวทิ่ม โดยยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าภาพจำของคนทั้งโลกคือ "สงกรานต์เป็นของประเทศไทย" เท่านั้น ต่างชาติหลายคนรีวิวชัดเจนว่าเคยบินมาเล่นน้ำที่ไทยแล้วประทับใจสุดๆ แถมบางคนยังแอบแซวแรงไปถึงเรื่องความปลอดภัยในกัมพูชาที่ดูจะน่ากลัวเกินกว่าจะไปเที่ยว จนกลายเป็นไวรัลถกเถียงกันข้ามคืนแบบไม่มีพัก
สิ่งที่ทำให้ดราม่านี้พุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก คือการที่ฝั่งไทยเราเพิ่งจะได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้สงกรานต์ไทยเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการไปหมาดๆ แต่เพื่อนบ้านเราก็ยังคงพยายามจะชุบมือเปิบเคลมวัฒนธรรมนี้เป็นของตัวเองอยู่เรื่อยๆ พอโดนชาวโลกตอกกลับความจริงเข้าให้ ฝั่งกัมพูชาก็ไม่ยอมน้อยหน้า เหล่าอินฟลูเอนเซอร์เขมรพากันเรียงหน้าออกมาฟาดกลับชาวเน็ตไทยแบบดุเดือด
จุดที่ตลกและพีกที่สุดคือบรรดาอินฟลูฯ เขมรกลับมองข้ามเรื่องหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือรากเหง้าวัฒนธรรมที่ชาวโลกพยายามอธิบาย แล้วหันมาใช้ตรรกะประหลาดโจมตีคนไทยแทน โดยพวกเขาซัดแรงว่าที่คนไทยออกมาต่อต้านนั้นเป็นเพราะ
"คนไทยกำลังอิจฉาความสวยสดงดงามของเจ้าหญิงเจนณา"
ถึงตอนนี้สถานการณ์ยังคงตึงเครียด คีย์บอร์ดลุกเป็นไฟทั่วทั้งอาเซียน เพราะฝั่งเขมรก็ยังคงพยายามจะสร้างตัวตนใหม่บนวัฒนธรรมของคนอื่นต่อไป ขณะที่ชาวโลกเขารู้ทันกันหมดแล้วว่าของจริงมันอยู่ที่ไหน งานนี้ชาวเน็ตสับกันเละแบบไม่มีใครยอมใคร และดูเหมือนว่าความพยายามจะแย่งชิงซีนในครั้งนี้ของกัมพูชาจะกลายเป็น "ดาบสองคม" ที่ย้อนกลับไปแฉความพยายามเคลมของตัวเองให้ชาวโลกได้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม