เดือด! ทรัมป์จ่อถอนทหารทิ้งนาโต หากไม่ช่วยสงครามอิหร่าน

สถานการณ์โลกตอนนี้กำลังระอุจนถึงขีดสุดเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มเปิดปฏิบัติการ "เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด" แบบไม่ไว้หน้าใคร โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 8-9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีกระแสข่าววงในหลุดออกมาว่าทีมงานของทรัมป์กำลังเอาจริงกับแผนลงโทษประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ที่ทำตัวเป็นภาระและไม่ยอมขยับตัวช่วยสหรัฐฯ ใน สงครามอิหร่าน ที่ลากยาวมานานกว่า 39 วันแล้ว งานนี้พี่เบิ้มอเมริกาแสดงท่าทีชัดเจนว่าใครที่ไม่ยอมเปิดน่านฟ้าหรือส่งกำลังมาช่วยรบก็เตรียมตัวรับผลกรรมที่ตามมาได้เลย
แผนการที่ว่านี้ไม่ใช่แค่การขู่ลอยๆ เพราะมีการพิจารณาสั่งถอนทหารอเมริกันและอาจถึงขั้น สั่งปิดฐานทัพ ในประเทศแถบยุโรปที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือ อย่างเช่น สเปนและเยอรมนี ซึ่งถือเป็นหมากตัวสำคัญในยุโรปตะวันตก การขยับตัวครั้งนี้ทำเอาบรรดาผู้นำยุโรปนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะไม่คิดว่าอเมริกาจะกล้าใช้เรื่องความมั่นคงมาเป็นเครื่องมือต่อรองกันตรงๆ แบบนี้ เหมือนเป็นการดัดหลังพวกที่ชอบชุบมือเปิบ หวังจะรับความคุ้มครองฟรีๆ แต่พอมีปัญหาจริงๆ กลับมุดหัวอยู่แต่ในบ้านตัวเอง ไม่ต่างอะไรกับพฤติกรรมของประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศแถวบ้านเราที่ชอบเรียกร้องสิทธิ์แต่ไม่เคยทำตามกติกาโลก
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ไม่ได้แค่จะถอนทหารกลับบ้านเฉยๆ แต่เขามีแผนจะย้ายกำลังพลและเขี้ยวเล็บสงครามไปประเคนให้กับกลุ่มประเทศที่ "ทำตัวน่ารัก" และคอยสนับสนุนการรบของสหรัฐฯ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น โปแลนด์ โรมาเนีย ลิทัวเนีย และกรีซ กลายเป็นการตบหน้าพันธมิตรเก่าแก่ท่ามกลางวิกฤตสงครามที่กำลังตึงเครียด การเดินหมากครั้งนี้มันกำลังเปลี่ยนโฉมหน้านาโตไปตลอดกาล จากเดิมที่เคยสัญญาว่าจะช่วยกันแบบไร้เงื่อนไข ตอนนี้มันกำลังกลายเป็นระบบ "ใครจ่ายหรือใครช่วย คนนั้นถึงได้ความคุ้มครอง" อย่างเต็มรูปแบบ
บทเรียนครั้งนี้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงว่าโลกยุคใหม่ไม่มีที่ว่างสำหรับพวกเกาะคนอื่นกิน ชาติตะวันตกหลายประเทศตอนนี้เลยต้องรีบตื่นตัว ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างกองทัพของตัวเองให้แข็งแกร่ง แทนที่จะหวังพึ่งจมูกอเมริกาหายใจเพียงอย่างเดียว เพราะตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าถ้าคุณไม่ยอมร่วมหัวจมท้ายกับพี่เบิ้มในยามลำบาก เขาก็พร้อมจะสะบัดบ๊อบทิ้งคุณไว้กลางทางได้ทุกเมื่อ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้โครงสร้างอำนาจในยุโรปไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป