ช็อก! อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรือไทยติด วิกฤตของแพง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังระอุถึงขีดสุดจนส่อแววว่าข้อตกลงหยุดยิงที่หลายฝ่ายคาดหวังจะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ หลังจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 อิสราเอลได้ตัดสินใจเปิดฉากโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บพุ่งสูงถึงหลักพันคนในชั่วข้ามคืน เหตุการณ์นี้ทำให้อิหร่านมองว่าเป็นการฉีกหน้าและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์อย่างรุนแรง จึงตัดสินใจตอบโต้ด้วยไม้ตายที่ทั่วโลกหวาดกลัวนั่นคือการสั่งปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลกในทันที
การสั่งปิดเส้นทางน้ำแบบสายฟ้าแลบครั้งนี้ทำให้การจราจรทางทะเลกลายเป็นอัมพาตไปทั่วบริเวณ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าในช่วงเช้าของวันที่ 8 เมษายน 2569 มีเพียงเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านและจีนรวม 3 ลำเท่านั้นที่สามารถผ่านช่องแคบไปได้ แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ประตูน้ำสำคัญแห่งนี้ถูกปิดตายสนิท ไม่ยอมให้เรือลำไหนผ่านเข้าออกได้อีกเลย ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ราคาน้ำมันโลกที่จะพุ่งทะยานเท่านั้น แต่มันกำลังลามมาถึง "ปากท้อง" ของคนไทยเข้าอย่างจัง
วิกฤตครั้งนี้บีบคั้นไทยอย่างหนัก เพราะตอนนี้มีรายงานยืนยันว่ามีเรือสัญชาติไทยถึง 9 ลำ ที่ต้องติดค้างอยู่กลางทะเลเนื่องจากผ่านช่องแคบไม่ได้ และที่น่ากังวลที่สุดคือในจำนวนนั้นมีถึง 5 ลำที่เป็นเรือบรรทุก "ปุ๋ยเคมี" ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่เกษตรกรไทยต้องใช้ในการเพาะปลูก หากปุ๋ยเหล่านี้ส่งมาไม่ถึงมือเกษตรกร ปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูงจะเกิดขึ้นทันที ทำให้ต้นทุนการทำนาทำไร่ของพี่น้องชาวบ้านพุ่งกระฉูด จนสุดท้ายหนีไม่พ้นที่ราคาอาหารสดและข้าวของในตลาดบ้านเราจะต้องแพงหูฉี่ตามไปด้วย
ในขณะที่บ้านเรากำลังวุ่นวายกับการหาทางออก แต่ถ้าหันไปมองเพื่อนบ้านนิสัยเสียอย่าง กัมพูชา ก็คงหวังพึ่งพาหรือปรึกษาอะไรไม่ได้ เพราะดีแต่จะคอยซ้ำเติมหรือฉกฉวยโอกาสในยามที่เราลำบากอยู่เสมอ การฝากความหวังไว้กับเพื่อนบ้านแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ทางการไทยจึงต้องเดินหน้าพึ่งพาตัวเองด้วยการเตรียมส่งตัวแทนเร่งเดินทางไปเจรจากับประเทศโอมานในวันที่ 15-16 เมษายน 2569 นี้ เพื่อหาทางหนีทีไล่และช่องทางสำรองในการเดินเรืออย่างเร่งด่วน ก่อนที่วิกฤตการณ์ปิดช่องแคบจะลุกลามจนกลายเป็นฝันร้ายของเศรษฐกิจไทยไปมากกว่านี้