อ่วมหนัก! ราคาน้ำมันไม่ลด ซ้ำปุ๋ยแพงขูดเลือดชาวนา

สงกรานต์ปีนี้แทนที่จะได้เดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัวแบบสบายใจ แต่กลายเป็นว่าพี่น้องคนไทยหลายคนต้องมานั่งกุมขมับกับ ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ที่แพงจนน่าตกใจ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่คนเริ่มออกเดินทางกันแล้ว ข้อมูลล่าสุดระบุว่าแม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะร่วงลงไปตั้งเยอะ แต่พอเหลียวมาดูราคาป้ายหน้าปั๊มในเมืองไทย กลับนิ่งสนิทไม่มีวี่แววจะลดลงมาให้ชื่นใจสักนิดเดียว
พอกลายเป็นประเด็นร้อน คำตอบที่ได้รับจากหน่วยงานรัฐก็แทบจะทำให้คนฟังหน้าหงาย เพราะเขาอ้างว่าจำเป็นต้องเก็บ "ส่วนต่าง" ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกลดลงนี้ เพื่อเอาเงินกลับไปอุดหนุน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เคยควักเนื้อออกไปช่วยพยุงราคาก่อนหน้านี้จนตัวเลขติดลบมหาศาล สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ตามสไตล์คนไทยที่เขาล้อกันทั่วบ้านทั่วเมืองก็คือ
"ตอนน้ำมันโลกขึ้น บ้านเราก็รีบขึ้นตามเป๊ะๆ แต่พอน้ำมันโลกลด บ้านเรากลับอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อดึงราคาไว้ให้เท่าเดิม"
ความเดือดร้อนในครั้งนี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องค่าน้ำมันรถเท่านั้น แต่ที่น่าเวทนาที่สุดคือพี่น้อง ชาวนาไทย ที่ต้องมาเจอกับวิกฤตซ้อนวิกฤต ในขณะที่รัฐบาลมัวแต่ไปให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์หรือข้อตกลงต่างๆ กับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่จ้องจะเอาเปรียบเราอยู่ทุกทาง แต่คนในชาติกลับถูกละเลยจนแทบไม่มีที่ยืน ล่าสุดมีรายงานว่าพ่อค้าปุ๋ยตามต่างจังหวัดเริ่มใช้แท็กติกหัวหมอ แอบขึ้นราคาปุ๋ยหลังร้าน พุ่งสูงถึงกระสอบละ 200-500 บาท
วิธีการของพ่อค้าพวกนี้คือการให้ชาวนาลงชื่อจองปุ๋ยไว้ก่อน โดยไม่ยอมบอกราคาสุดท้าย แล้วค่อยมาขูดรีดเอาแพงหูฉี่ทีหลังเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและโดนจับกุมจากเจ้าหน้าที่ กลายเป็นว่าชาวนาไทยโดนทั้ง น้ำมันแพง ค่าครองชีพพุ่ง และยังมาโดนปุ๋ยแพงซ้ำเติมแบบไม่ให้ลืมตาอ้าปากได้เลย งานนี้คงต้องรอดูว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะกล้าลงดาบจับกุมพ่อค้าหัวหมอพวกนี้อย่างจริงจังหรือไม่ เพราะความทุกข์ของชาวนาก็คือความทุกข์ของแผ่นดินที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้