แฉเดือด! อิสราเอลถล่มเลบานอน ที่แท้แค่ผู้นำหนีคุก

ความหวังที่จะเห็นสันติภาพในตะวันออกกลางดูเหมือนจะริบหรี่ลงทุกทีครับ แม้ว่าทั่วโลกจะพยายามลุ้นให้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกิดขึ้นจริง แต่พอเข้าสู่ช่วงวันที่ 10 เมษายน 2569 สถานการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลง เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านอย่างคุณ "อับบาส อารักชี" ออกมาแฉผ่านโซเชียลแบบฟาดหน้าสั่นว่า สาเหตุที่นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลยังคงสั่งเดินหน้าถล่มเลบานอนแบบไม่ยั้งมืออยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงอะไรหรอกครับ แต่มันคือการ "ยื้อเวลา" เพื่อให้ตัวเองรอดจากคุกต่างหาก
เหตุผลที่ลึกซึ้งและน่ากลัวกว่านั้นคือ ในวันอาทิตย์ที่กำลังจะถึงนี้ เนทันยาฮูมีนัดสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือการไปขึ้นศาลเพื่อสู้คดีทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นคดีที่กัดกินความเชื่อมั่นของเขามานาน หากเขายอมให้สงครามจบลงในตอนนี้ กระบวนการยุติธรรมก็จะเดินหน้าต่อทันที และเขาก็เสี่ยงที่จะต้องเข้าไปนอนในตารางเร็วกว่าที่คิด การเมืองน้ำเน่าที่เอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาเป็นโล่กำบังตัวเองแบบนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงพฤติกรรมผู้นำแถวเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่ชอบใช้อำนาจทำเพื่อประโยชน์ตัวเองมากกว่าประชาชนจริงๆ ครับ
ตอนนี้ฝั่งสหรัฐฯ เองก็ยังพยายามเล่นแง่ โดยอ้างว่าในข้อตกลงเบื้องต้นนั้นเลบานอนไม่ได้รวมอยู่ในเงื่อนไขการหยุดยิง แต่ฝั่งอิหร่านก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าถ้าจะหยุดต้องหยุดให้หมด รวมถึงในพื้นที่เลบานอนด้วย กลายเป็นการปะทะคารมที่ดุเดือดก่อนที่การเจรจาสันติภาพที่ปากีสถานจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่างานนี้อาจจะเป็น Mission Impossible หรือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้เลย ตราบใดที่ผู้นำอิสราเอลยังติดบ่วงคดีโกงและพยายามทำทุกทางเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้แบบนี้
"สิ่งที่เกิดขึ้นในเลบานอนไม่ใช่สงครามเพื่อป้องกันประเทศ แต่มันคือการสังเวยชีวิตผู้คนเพื่อเป็นใบเบิกทางให้ใครบางคนรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม"
นักวิเคราะห์มองว่าการเดินเกมของเนทันยาฮูในครั้งนี้เป็นการเดิมพันที่สูงมาก เพราะเขากำลังใช้ระเบิดและความตายของเพื่อนบ้านเป็นเครื่องมือลากยาวเวลาในตำแหน่งออกไปเรื่อยๆ ยิ่งสงครามยืดเยื้อ เขาก็ยิ่งมีข้ออ้างในการไม่ไปศาลมากขึ้นเท่านั้น ท่ามกลางเสียงสาปแช่งจากนานาชาติที่เห็นว่านี่คือการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองโลกเลยทีเดียว