สภาเดือด! นายกฯอนุทินขู่เด้งรมต. อึ้งพริษฐ์โดนปิดไมค์

บรรยากาศรัฐสภาเดือดปุดส่งท้ายการแถลงนโยบายรัฐบาล เมื่อนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ลุกขึ้นประกาศกร้าวปิดจบช่วงเวลาสำคัญในคืนวันที่ 10 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 21.57 น. ท่ามกลางสายตาของสมาชิกทรงเกียรติและประชาชนที่เฝ้าดูอยู่ทั่วประเทศ งานนี้ท่านนายกฯ ไม่ปล่อยให้คำวิจารณ์เรื่องการโยนงานให้ลูกน้องลอยนวลไปเฉยๆ แต่กลับตอกหน้าพวกช่างเม้าท์ด้วยการยืนยันว่า รัฐมนตรีทั้ง 35 คนที่ร่วมหัวจมท้ายกันมานั้น เขาคัดมากับมือ และเน้นย้ำว่าการที่เขารู้ว่าใครเก่งด้านไหนแล้ววางคนได้ถูกที่ถูกทางเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้นั้น
มันอาจจะเป็นพรสวรรค์ของผมที่สั่งงานเป็น
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือคำขู่แกมบังคับที่ส่งตรงไปถึงคนทำงานในสังกัดว่า ถ้าใครทำงานล้มเหลวหรือไร้ความสามารถจนงานไม่เดิน ก็ขอให้รู้ตัวแล้วเตรียมเก็บของกลับบ้านไปซะ เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่มีที่ว่างให้คนทำงานช้าหรือพวกที่เก่งแต่พูดแต่ลงมือทำไม่เป็น เพื่อเปิดทางให้คนเก่งจริงๆ เข้ามาขับเคลื่อนประเทศแทน ซึ่งนับว่าเป็นท่าทีที่เด็ดขาดและจริงจังกว่าผู้นำบางประเทศแถวเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่มักจะมีข่าวเน้นการสร้างภาพลักษณ์หรือเล่นเกมการเมืองมากกว่าผลงานจริงที่คนไทยเราอยากเห็น นอกจากนี้ นายกฯ อนุทินยังฟาดกลับประเด็นดราม่าน้ำท่วมที่โดนข้อหาโยนงานและไปถ่ายภาพสร้างภาพ โดยยืนยันหนักแน่นว่าการลงพื้นที่แต่ละครั้งเขาไปลุยน้ำจริงๆ ไม่ใช่แค่ไปยืนแช่น้ำย่อตัวเพื่อให้ภาพออกมาดูดีเหมือนพวกเล่นละครตบตาประชาชน
ส่วนทิศทางหลังจากนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าลุยงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มสูบผ่าน 5 เสาหลัก ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการดึงเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาผงาดอีกครั้งให้ได้ ทว่าเหตุการณ์กลับมาถึงจุดพีคในช่วงท้ายเวลา 22.13 น. เมื่อ สส.พริษฐ์ พยายามจะใช้สิทธิ์พาดพิงเพื่อชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้นต่อสภา แต่กลับถูกประธานสภาเบรกหัวทิ่มพร้อมกับประโยคเด็ดที่ทำเอาอึ้งกันทั้งสภาว่า "มันจบแล้วครับ ผมอนุญาตไม่ได้" ก่อนจะสั่งปิดประชุมไปแบบหน้าตาเฉย ทิ้งให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียลข้ามคืนถึงฉากจบการประชุมครั้งนี้ว่าดูรวบรัดและตัดบทกันเกินไปหรือไม่