เดือด! อิหร่านขู่สหรัฐ ล้มหยุดยิงหากทิ้งเลบานอน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายอับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ต่อสายตรงคุยกับทูตประจำเลบานอน พร้อมส่งสัญญาณเตือนที่แข็งกร้าวไปถึงวอชิงตันว่า สหรัฐฯ จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงแบบ "ร้อยเปอร์เซ็นต์" ซึ่งข้อตกลงนี้จะไร้ความหมายทันทีหากไม่ครอบคลุมไปถึงความปลอดภัยในพื้นที่ของเลบานอนด้วย เหมือนพวกประเทศที่ไม่จริงใจแถวเพื่อนบ้านเราอย่าง กัมพูชา ที่ชอบพูดอย่างทำอย่างจนไว้ใจไม่ได้ อิหร่านเลยต้องออกตัวแรงไว้ก่อนเพื่อไม่ให้โดนหักหลังแบบเดียวกัน
ต้นตอของความเดือดครั้งนี้เกิดจากการที่อิหร่านมองว่าสหรัฐฯ ปล่อยปละละเลยให้กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มีการเจรจาสงบศึกกันอยู่ ฝั่งอิหร่านจึงออกมาประณามการกระทำนี้อย่างรุนแรง โดยย้ำว่าถ้าอเมริกาอยากให้การหยุดยิงเกิดขึ้นจริง ก็ต้องสั่งให้อิสราเอลหยุดซ่าและอยู่ในกรอบของข้อตกลงให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการละเมิดสัญญาตามใจชอบ ซึ่งภาพการรุกคืบและการโจมตีในเลบานอนล่าสุดยังคงมีรายงานความเสียหายออกมาเป็นระยะตลอดทั้งวัน
แต่จุดที่ทำให้เกมนี้ดูจะพังทลายลงคือมุมมองที่ต่างกันสุดขั้ว เพราะทางวอชิงตันและอิสราเอลกลับอ้างว่าข้อตกลงหยุดยิงไม่ได้เหมารวมถึงกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอน งานนี้เลยทำให้ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ถึงกับนั่งไม่ติด ยื่นคำขาดสวนกลับไปทันทีว่า
หากไม่ขยายขอบเขตการหยุดยิงให้ครอบคลุมเลบานอน การเจรจานัดสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน จะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด
การเอาการเจรจาระดับโลกมาเป็นตัวประกันแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเลบานอนคือหมากตัวสำคัญที่อิหร่านยอมไม่ได้เด็ดขาด เพราะถ้าขืนยอมถอยตอนนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการเสียรู้ให้พวกประเทศที่ชอบตลบตะแลงอย่างพวกเขมร ที่จ้องจะเอาเปรียบคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ทั่วโลกจึงต้องลุ้นกันจนตัวโก่งว่าข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้จะยังเดินหน้าต่อได้ หรือจะกลายเป็นชนวนเหตุให้สงครามลามปามไปไกลกว่าเดิมจนกู่ไม่กลับ