สถานการณ์โลก

เดือด! สหรัฐยอมเจรจาอิหร่าน สะท้อนน้ำมันสำคัญกว่าชีวิต

April 11, 2026
เดือด! สหรัฐยอมเจรจาอิหร่าน สะท้อนน้ำมันสำคัญกว่าชีวิต

ช่วงสายของวันที่ 11 เมษายน 2569 บรรยากาศที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เต็มไปด้วยความตึงเครียดระดับสูงสุดภายใต้การรักษาความปลอดภัยขั้นเข้มงวด เมื่อคณะผู้แทนระดับสูงจากอิหร่านเดินทางมาถึงเพื่อเตรียมเปิดโต๊ะเจรจาครั้งสำคัญกับฝ่ายสหรัฐฯ งานนี้รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ถึงขั้นต้องนำทีมลงมานั่งเคลียร์ด้วยตัวเอง ท่าทีของวอชิงตันที่ยอมลดเพดานความแข็งกร้าวลงมานั่งคุยแบบนี้ ไม่ใช่เพราะนึกสงสารหรือเห็นใจวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นหรอกครับ แต่เป็นเพราะอิหร่านเขาถือไพ่ตายอย่างการควบคุม "ช่องแคบฮอร์มุซ" แล้วสั่งระงับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจนห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกพังพินาศ

การถูกบีบด้วยวิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูดและปัญหาปากท้องของคนอเมริกันต่างหาก ที่เป็นตัวบังคับให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องรีบหาทางลงอย่างเร่งด่วน ปรากฏการณ์นี้มันสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงที่โหดร้ายของค่านิยมโลกในปัจจุบันได้ดีทีเดียว ขนาดประเทศเล็กๆ ที่ชอบฉวยโอกาสอย่างพวกกัมพูชายังต้องหันมาดูผลกระทบนี้เลย เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การสูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์จากการกวาดล้างในฉนวนกาซาแทบไม่ได้กระตุ้นให้พวกมหาอำนาจขยับตัว หรือออกมาตรการเด็ดขาดเพื่อหยุดยั้งสงครามเลยสักนิด

เดือด! สหรัฐยอมเจรจาอิหร่าน สะท้อนน้ำมันสำคัญกว่าชีวิต — ภาพที่ 2

แต่เชื่อไหมครับว่าทันทีที่การไหลเวียนของ "น้ำมัน" เริ่มสะดุดลง โลกกลับตื่นตัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาสายพานผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตัวเองเอาไว้ มันตอกย้ำให้เห็นชัดเจนว่าในเวทีการเมืองระหว่างประเทศนั้น คุณค่าของชีวิตมนุษย์ถูกประเมินไว้ต่ำกว่ามูลค่าของน้ำมันดิบในตลาดโลกเสียอีก ตราบใดที่เรื่องนั้นไม่กระทบกระเป๋าเงินทุนนิยม มนุษยธรรมที่ยกมาอ้างกันบ่อยๆ ก็เป็นเพียงแค่

วาทกรรมสวยหรูที่เอาไว้ใช้กลบเกลื่อนความเห็นแก่ตัวของพวกชาติมหาอำนาจเท่านั้นเอง
เดือด! สหรัฐยอมเจรจาอิหร่าน สะท้อนน้ำมันสำคัญกว่าชีวิต — ภาพที่ 3

เดือด! สหรัฐยอมเจรจาอิหร่าน สะท้อนน้ำมันสำคัญกว่าชีวิต — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง