ระอุ! อิสราเอลเมินทรัมป์ ถล่มเลบานอนยับ ลั่นไม่หยุดยิง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางตอนนี้มันร้อนระอุเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดครับ เพราะในช่วงสายของวันที่ 11 เมษายน 2569 เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ได้ประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการว่าพร้อมจะส่งตัวแทนไปเปิดโต๊ะเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลเลบานอนที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า แต่สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายต้องกุมขมับคือเงื่อนไขเหล็กที่เขาย้ำชัดว่า จะไม่มีการคุยเรื่องหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลลาห์เด็ดขาด แม้ว่าทางสหรัฐฯ และเลบานอนจะพยายามเกลี้ยกล่อมแทบตายเพื่อให้ลดระดับการโจมตีลงบ้าง แต่ดูเหมือนว่าอิสราเอลจะไม่ยอมลงให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
ทางด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เห็นท่าไม่ดีก็ได้ต่อสายตรงไปเตือนเนทันยาฮูด้วยตัวเองเลยว่าอย่าทำอะไรให้เสียเรื่อง เพราะตอนนี้สหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วงเจรจาหยุดยิงครั้งสำคัญกับอิหร่านที่ประเทศปากีสถานอยู่ การที่อิสราเอลยังเดินหน้าลุยแบบนี้มันเสี่ยงที่จะทำให้โต๊ะเจรจาทั้งหมดล่มไม่เป็นท่า แต่ก็นั่นแหละครับ อิสราเอลเลือกที่จะเมินคำเตือนแล้วสั่งการให้เครื่องบินรบขึ้นบินถล่ม เมืองนาบาติเยห์ และพื้นที่โดยรอบของเลบานอนอย่างต่อเนื่องในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ทันทีแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
เหตุผลที่เนทันยาฮูยังคงเดินเครื่องสงครามไม่พักแบบนี้ มันมีนัยสำคัญซ่อนอยู่ครับ เพราะตอนนี้กลุ่มฮิซบอลลาห์กำลังอยู่ในสถานะเพลี่ยงพล้ำอย่างหนัก กำลังพลและอาวุธถูกทำลายไปมหาศาล อิสราเอลจึงมองว่านี่คือจังหวะทองที่จะบดขยี้ให้จมดินและบังคับให้ต้องปลดอาวุธถาวรไปเลย การยอมหยุดยิงตอนนี้ก็เหมือนกับการปล่อยเสือเข้าป่าให้ศัตรูได้กลับไปพักหายใจแล้วกลับมาแว้งกัดใหม่ ซึ่งผู้นำอิสราเอลเขาไม่ยอมเสียเปรียบแน่นอน
งานนี้อิสราเอลจึงเลือกใช้กลยุทธ์ที่สรุปสั้นๆ ได้ว่า
"คุยไปรบไป"