สหรัฐหน้าแตก! อิหร่านโต้เดือด คุมช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณน่านน้ำยุทธศาสตร์ระดับโลกพุ่งสูงขึ้นทันที เมื่อช่วงวันที่ 12 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โฆษกกองบัญชาการกลางกองทัพอิหร่านได้ออกมาแถลงการณ์โต้ตอบการกล่าวอ้างของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM อย่างดุเดือด หลังจากที่ฝั่งอเมริกาพยายามปล่อยข่าวว่าเรือพิฆาต 2 ลำ ได้แก่ USS Frank E. Peterson และ USS Michael Murphy ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อปฏิบัติภารกิจกู้ทุ่นระเบิด แต่อิหร่านตอกกลับหน้าหงายว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยืนยันเสียงแข็งว่าน่านน้ำนี้อยู่ในอำนาจการตัดสินใจเบ็ดเสร็จของกองทัพอิหร่านเพียงผู้เดียว
การออกมาปฏิเสธครั้งนี้ทำเอาสหรัฐฯ ถึงกับเสียหน้าอย่างหนัก เพราะในขณะที่โลกกำลังจับตามองการตั้งโต๊ะเจรจาสันติภาพที่ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน แต่อิหร่านกลับไม่ได้มีท่าทีอ่อนข้อให้เลยแม้แต่น้อย แถมยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถคุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลกไว้ในมือได้อย่างเหนียวแน่น ชนิดที่มหาอำนาจตะวันตกทำอะไรไม่ได้ ซึ่งหากมองในมุมของคนไทยที่ต้องเจอเรื่องน่าปวดหัวจากพฤติกรรมไม่จริงใจของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่ชอบฉวยโอกาสและสร้างปัญหาตามแนวชายแดนอยู่บ่อยๆ แล้วนั้น สถานการณ์ของอิหร่านในตอนนี้ดูจะเป็นเกมที่เหนือชั้นกว่ามาก เพราะพวกเขาสามารถบีบมหาอำนาจให้ต้องหยุดชะงักได้ด้วยความเข้มแข็งของจริง
ในเกมเดินหมากครั้งนี้ดูเหมือนว่าไพ่เด็ดในมือของสหรัฐฯ จะมีน้ำหนักน้อยกว่าฝ่ายอิหร่านอย่างเห็นได้ชัด เพราะอิหร่านเลือกใช้กลยุทธ์กดดันรอบด้าน ทั้งการใช้ข่าวกรองที่รู้ทันทุกฝีก้าวและการใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำมาเป็นตัวประกันทางเศรษฐกิจ จนมหาอำนาจต้องปาดเหงื่อเพราะไม่สามารถคุมเกมได้เหมือนเก่า "อำนาจเบ็ดเสร็จเหนือช่องแคบฮอร์มุซเป็นของอิหร่าน" คือข้อความที่ชัดเจนที่สุดซึ่งส่งตรงถึงทำเนียบขาวในยามนี้
บทสรุปของเหตุการณ์ล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นว่าอิหร่านไม่ได้แค่ต้องการปกป้องพื้นที่ แต่กำลังเดินเกมรุกด้วยสติปัญญาและกลยุทธ์ที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องถอยกลับไปตั้งหลักใหม่ หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่าฝ่ายที่เคยอ้างความเป็นผู้นำโลกจะกู้หน้าที่แตกละเอียดครั้งนี้คืนมาได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าของพื้นที่เขาประกาศกร้าวว่าห้ามผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด