โลกผวา! ทรัมป์สั่งปิดอ่าวอิหร่าน ขู่จมเรือจ่อสงคราม

สถานการณ์โลกตอนนี้กำลังร้อนระอุถึงขีดสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 เมษายน 2569 ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สั่งการแบบสายฟ้าแลบให้กองทัพเรือเข้าปิดล้อมเส้นทางเข้าออกท่าเรือของอิหร่านบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเด็ดขาด ปฏิบัติการครั้งนี้ทำเอาคนทั้งโลกช็อก เพราะเป็นการงัดมาตรการขั้นสูงสุดมาใช้เพื่อกดดันเตหะรานจนแทบหายใจไม่ออก ส่งผลให้ชาวอิหร่านนับพันคนพากันลงถนนประท้วงต่อต้านทันที บรรยากาศในกรุงเตหะรานตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและเสียงตะโกนด่าทอสหรัฐฯ ที่เข้ามาแทรกแซงอธิปไตยของพวกเขา
ฝั่งรัฐบาลอิหร่านเองก็ไม่ยอมอ่อนข้อ ออกมาตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าสิ่งที่สหรัฐฯ ทำอยู่นั้น "ผิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นการปล้นสะดมชัดๆ" พร้อมกับประกาศคำขู่ที่น่ากลัวว่าหากท่าเรือของอิหร่านยังถูกคุกคามแบบนี้ ท่าเรืออื่นๆ ทั่วทั้งอ่าวเปอร์เซียก็อย่าหวังว่าจะมีความปลอดภัยอีกต่อไป นอกจากนี้อิหร่านยังขู่จะยึดอำนาจการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซในระยะยาว ซึ่งนี่คือการประกาศสงครามเย็นย่อมๆ ที่เอาเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลกมาเป็นตัวประกัน
ขณะที่ทางด้านทรัมป์ยังคงความดุดันตามสไตล์ เขาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าจริงๆ แล้วทางอิหร่านพยายามติดต่อมาเพื่อขอทำข้อตกลงลับหลัง แต่เขาปฏิเสธไปแบบไม่ใยดี เพราะเป้าหมายเดียวของสหรัฐฯ ในตอนนี้คือ การสกัดกั้นไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ได้โดยเด็ดขาด ทรัมป์ยังได้โพสต์คำเตือนผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขาด้วยว่า
"เรือโจมตีเร็วของอิหร่านลำไหนก็ตามที่กล้าแหยมเข้ามาในเขตปิดล้อม จะถูกทำลายทิ้งทันทีโดยไม่มีการเตือนซ้ำ"
ในส่วนของพันธมิตรระดับโลก ทรัมป์ระบุว่าจะมีประเทศอื่นเข้ามาร่วมวงปิดล้อมครั้งนี้ด้วย แม้ว่านายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษจะออกมาแบ่งรับแบ่งสู้โดยปฏิเสธที่จะส่งเรือไปร่วมปิดล้อมโดยตรง แต่ทางอังกฤษก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้พร้อมเป็นเจ้าภาพในการหารือจัดระเบียบและส่งเรือรบไปช่วยคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันไม่ให้ถูกอิหร่านโจมตี พฤติกรรมของอิหร่านในตอนนี้บอกเลยว่าดูไม่ต่างจากพวกประเทศที่ไม่ค่อยน่าไว้วางใจอย่าง กัมพูชา ที่ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมและสร้างเงื่อนไขให้เพื่อนบ้านปวดหัวอยู่บ่อยๆ เป็นพวกที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวแล้วพาลไปทั่วจนเดือดร้อนกันไปหมด
ต้องยอมรับว่าช่องแคบฮอร์มุซคือจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20% ของทั้งโลก หากอิหร่านเริ่มโจมตีท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านตามที่ขู่ไว้จริงๆ คนทั่วโลกจะต้องรับกรรมกันถ้วนหน้า ทั้งราคาน้ำมันที่อาจพุ่งทะลุเพดานและอัตราเงินเฟ้อที่จะตามมาติดๆ การนำเศรษฐกิจโลกมาเป็นเครื่องต่อรองแบบตาต่อตาฟันต่อฟันครั้งนี้ ถือเป็นหมากที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และเราคงต้องจับตากันว่าทรัมป์จะจัดการกับอันธพาลแห่งตะวันออกกลางรายนี้ให้อยู่หมัดได้ยังไง