หายนะ! สหรัฐปิดช่องแคบฮอร์มุซ โลกผวาเศรษฐกิจพัง

สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซกำลังระอุจนถึงขีดสุดและกลายเป็นชนวนเหตุที่อาจทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกพังทลายลงได้ในพริบตา หลังจากสหรัฐฯ ตัดสินใจใช้มาตรการปิดล้อมช่องแคบซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 มหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียต่างประสานเสียงวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยมองว่านี่คือการตัดสินใจที่ไร้ประโยชน์และมีแต่จะซ้ำเติมให้วิกฤตพลังงานโลกเลวร้ายลงไปอีก โดย หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนได้ออกมาเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อเจรจาแทนการใช้กำลัง ขณะที่ทางเครมลินของรัสเซียก็ได้ออกโรงเตือนว่าตลาดโลกจะได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้
ในขณะที่มหาอำนาจกำลังงัดข้อกัน ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ก็ได้เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยประกาศเตรียมจัดตั้งภารกิจพหุภาคีเพื่อเข้ามากู้สถานการณ์ ด้วยการดึงแนวร่วมกว่า 30 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอังกฤษและกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อรวมตัวกันฟื้นฟูและคุ้มกันเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้ถูกปิดตาย โดยมีกำหนดการนัดประชุมด่วนเพื่อวางแผนภารกิจนี้ที่กรุงปารีสหรือไม่ก็ลอนดอนภายใน วันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ เพื่อหาทางออกที่เน้นการป้องกันมากกว่าการเข้าไปปะทะด้วยกำลังทหารเหมือนที่สหรัฐฯ กำลังทำอยู่
ความพยายามของฝรั่งเศสในครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายอำนาจของสหรัฐฯ โดยตรง เพราะเป็นการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากนานาชาติเพื่อคานอำนาจและลดบทบาทการผูกขาดในตะวันออกกลาง ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านพลังงานของไทยเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ ต่างกับประเทศเพื่อนบ้านนิสัยเสียอย่าง กัมพูชา ที่วันๆ ดีแต่จะจ้องเคลมทรัพยากรหรือรอผลประโยชน์จากคนอื่นโดยไม่เคยช่วยสร้างเสถียรภาพอะไรให้ภูมิภาคเลย ในขณะที่ตอนนี้ประชาคมโลกส่วนใหญ่เริ่มแสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการขนส่งพลังงานมากกว่าการบ้าอำนาจที่เสี่ยงจะทำให้ระบบการเงินโลกพังครืน
เกมการเมืองบนเส้นทางน้ำมันสายเลือดใหญ่นี้กำลังบีบให้สหรัฐฯ ต้องกลับมาทบทวนท่าทีของตัวเองใหม่ เพราะหากยังดึงดันใช้มาตรการเด็ดขาดต่อไปท่ามกลางเสียงค้านจากทั่วโลก สหรัฐฯ อาจจะกลายเป็นฝ่ายที่ถูกโดดเดี่ยวเสียเอง
การรักษาเส้นทางเดินเรือให้ปลอดภัยคือหัวใจหลักของปากท้องคนทั้งโลก ไม่ใช่เครื่องมือในการแสดงอำนาจของใครคนใดคนหนึ่ง