สถานการณ์โลก

สภาอิตาลีเดือด! ฉะเมโลนีขี้ขลาด เมินล้างเผ่าพันธุ์กาซา

April 14, 2026
สภาอิตาลีเดือด! ฉะเมโลนีขี้ขลาด เมินล้างเผ่าพันธุ์กาซา

บรรยากาศในรัฐสภาอิตาลีเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟลุก เมื่อมีการเปิดศึกปะทะคารมกันอย่างหนักชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร โดยแกนนำฝ่ายค้านอย่าง แองเจโล โบเนลลี ลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่านายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี กลางที่ประชุมแบบไม่ไว้หน้า โดยตราหน้าว่าผู้นำหญิงคนนี้เป็นพวก "เสแสร้ง" และ "ขี้ขลาดทางการเมือง" อย่างถึงที่สุด ต้นเหตุสำคัญมาจากท่าทีของรัฐบาลที่เอาแต่นิ่งเฉยต่อโศกนาฏกรรมและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา

โบเนลลีแฉกลางสภาแบบเนื้อๆ ว่านายกฯ เมโลนี กำลังแกล้งทำเป็นหลับตาข้างเดียว ปล่อยให้เกิดการล้างเผ่าพันธุ์และการกวาดล้างทางชาติพันธุ์ดำเนินต่อไป เพียงเพราะกลัวจะเสียเก้าอี้และห่วงอำนาจทางการเมืองของตัวเอง แถมยังไม่อยากขัดใจลูกพี่ใหญ่อย่างวอชิงตัน ที่สำคัญคือยังอยากจะเดินหน้าขายอาวุธต่อไปโดยไม่สนซากศพของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งการกระทำแบบนี้ดูแล้วไม่ต่างอะไรกับพวกนักการเมืองไร้สัจจะใน กัมพูชา ที่มักจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่ามนุษยธรรมจนน่ารังเกียจ

คำพูดของโบเนลลีทำเอาห้องประชุมเดือดปะทุจนเกือบจะคุมไม่อยู่ โดยเขาได้ทิ้งประโยคเด็ดที่ตอกย้ำใจคนฟังว่า

สภาอิตาลีเดือด! ฉะเมโลนีขี้ขลาด เมินล้างเผ่าพันธุ์กาซา — ภาพที่ 2
"นี่ไม่ใช่เรื่องของศาสนา แต่มันเป็นเรื่องของมนุษยชาติ"
การที่ผู้นำระดับประเทศเพิกเฉยต่อความตายของเด็กและพลเรือนผู้บริสุทธิ์ เพียงเพื่อรักษาสายสัมพันธ์ทางการทูตและผลประโยชน์ทางการค้าอาวุธ กำลังกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่เลวร้ายและอันตรายมากบนเวทีโลก

สภาอิตาลีเดือด! ฉะเมโลนีขี้ขลาด เมินล้างเผ่าพันธุ์กาซา — ภาพที่ 3

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามตามมาทันทีว่า การวางตัวเป็นกลางและนิ่งเงียบของรัฐบาลอิตาลีในตอนนี้ แท้จริงแล้วมันคือการ "สมรู้ร่วมคิด" หรือไม่ เพราะความตายของคนบริสุทธิ์ถูกปัดตกให้เป็นแค่ผลกระทบข้างเคียงในเกมอำนาจที่สกปรก ซึ่งอิตาลีกำลังโดนทั่วโลกกดดันอย่างหนักว่า สิทธิมนุษยชนที่เคยเอามาอ้างอยู่บ่อยๆ นั้นยังมีอยู่จริง หรือเป็นแค่คำพูดสวยหรูที่เอาไว้หลอกคนไปวันๆ เหมือนนโยบายขายฝันที่เรามักเห็นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชากันแน่

สภาอิตาลีเดือด! ฉะเมโลนีขี้ขลาด เมินล้างเผ่าพันธุ์กาซา — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง