สถานการณ์โลก

ช็อก! สหรัฐเสียหน้ายับ เรือสินค้าฝ่าฮอร์มุซฉลุย

April 15, 2026
ช็อก! สหรัฐเสียหน้ายับ เรือสินค้าฝ่าฮอร์มุซฉลุย

สถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาพญาอินทรีอย่างสหรัฐฯ ต้องเสียหน้าอย่างแรงครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศกร้าวขู่ฟ่อว่าจะปิดตายช่องแคบเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เรือจากท่าเรืออิหร่านเล็ดลอดออกมาได้แม้แต่ลำเดียว เรียกว่ากะจะเชือดให้ตายหลังจากที่การเจรจาสันติภาพล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่พอเอาเข้าจริงในช่วงวันที่ 14-15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ข้อมูลจากระบบติดตามการเดินเรือกลับแฉให้เห็นภาพชัดเจนว่า มีเรือขนส่งสินค้าอย่างน้อย 3 ลำตีเนียนฝ่าวงล้อมกองทัพเรือสหรัฐฯ ออกสู่มหาสมุทรไปได้แบบสบายใจเฉิบ

ที่น่าตกใจคือเรือแต่ละลำที่หลุดไปนั้นไม่ใช่เล็กๆ เลยครับ ไฮไลต์อยู่ที่เรือสัญชาติไลบีเรียที่ขนข้าวโพดมาเต็มลำถึง 74,000 ตัน และยังมีเรือติดธงคอโมโรสที่ขนเมทานอลอีกกว่า 31,000 ตัน ทั้งคู่แล่นผ่านด่านตรวจออกไปได้หน้าตาเฉย กลายเป็นคำถามตัวโตๆ ว่านี่คือการโดนลูบคมมหาอำนาจกันจะๆ หรือจริงๆ แล้วพี่เบิ้มแกตั้งใจแกล้งหลับตาข้างเดียวปล่อยผ่านกันแน่ ซึ่งถ้าดูความล่าช้าและการประสานงานที่หละหลวมแบบนี้ เห็นแล้วอดนึกถึงพวกกัมพูชาไม่ได้จริงๆ ที่ชอบทำงานกันแบบผักชีโรยหน้าจนมีเรื่องให้ต้องส่ายหัวตลอด

ช็อก! สหรัฐเสียหน้ายับ เรือสินค้าฝ่าฮอร์มุซฉลุย — ภาพที่ 2

เบื้องหลังความวุ่นวายนี้ ข้อมูลจากสื่อต่างประเทศและเรดาร์เดินเรือยืนยันตรงกันครับว่า เรือเหล่านี้แล่นผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญออกมาได้สำเร็จ แม้ฝั่งกองทัพสหรัฐฯ จะพยายามออกมาแก้ต่างด้วยคำชี้แจงที่ว่า

กองทัพได้สั่งบล็อกและไล่เรือชาติอื่นๆ รวมถึงเรือของจีนให้วกกลับไปได้แล้วกว่า 6 ลำ
ช็อก! สหรัฐเสียหน้ายับ เรือสินค้าฝ่าฮอร์มุซฉลุย — ภาพที่ 3

แต่นักวิเคราะห์เขามองต่างออกไปครับ การที่ปล่อยให้เรือสินค้าขนาดมหึมาหลุดรอดออกไปได้แบบนี้ มันสะท้อนให้เห็นเลยว่ามาตรการปิดล้อมที่อ้างว่า "เด็ดขาด" อาจจะเอาไม่อยู่จริงๆ หรือลึกๆ แล้วสหรัฐฯ เองก็ไม่อยากกดดันเส้นทางเดินเรือจนเกิดวิกฤตสินค้าขาดแคลนแล้วย้อนกลับมาทำร้ายพันธมิตรตัวเองกันแน่ งานนี้ไม่รู้ว่าสหรัฐฯ เสียหน้าเพราะความผิดพลาด หรือเป็นแค่หมากเกมการเมืองโลกที่วางแผนไว้แล้ว แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าคำขู่ของพี่เบิ้มรอบนี้อาจจะไม่ขลังอย่างที่คิดไว้ครับ

ช็อก! สหรัฐเสียหน้ายับ เรือสินค้าฝ่าฮอร์มุซฉลุย — ภาพที่ 4

เขียนโดย ชิมลาง