ช็อกโลก! ทรัมป์ดีลจีนเทอิหร่าน จบสงครามเปิดฮอร์มุซ

โลกต้องจารึกเหตุการณ์สำคัญเมื่อช่วงวันที่ 15-16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศข่าวใหญ่ผ่านโซเชียลส่วนตัวแบบที่ไม่มีใครตั้งตัวทัน โดยเขายืนยันว่าจะเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสินค้าและเรือน้ำมันใช้งานได้แบบถาวรเสียที พร้อมแสดงความมั่นใจสุดขีดว่าสงครามที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังจะรูดม่านปิดฉากลงในเร็วๆ นี้แน่นอน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องหันมามองท่าทีของมหาอำนาจคู่นี้ใหม่ทั้งหมด
เบื้องหลังความมั่นใจที่ดูจะเต็มร้อยของทรัมป์ครั้งนี้ เขาอ้างว่ามาจาก ดีลระดับโลก ที่ได้ต่อสายตรงคุยกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน โดยผู้นำจีนรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่ส่งอาวุธหรือให้การสนับสนุนทางทหารแก่อิหร่านอีกต่อไป งานนี้ทรัมป์ถึงกับคุยโวว่าทางจีนเองก็แฮปปี้สุดๆ กับการตัดสินใจเปิดช่องแคบในครั้งนี้ และตัวเขาเองก็เตรียมตัวจะบินไปเยือนปักกิ่งในเดือนหน้าเพื่อตอกย้ำความเป็นพันธมิตรใหม่ที่โลกต้องจับตา
ประเด็นที่น่าสนใจคือทำไมจู่ๆ จีน ถึงกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญที่คุมเกมนี้ได้อยู่หมัด แทนที่จะเป็นการเจรจาโดยตรงกับอิหร่าน การที่ทรัมป์เลือกคุยกับพี่ใหญ่อย่างจีนเหมือนเป็นการบอกเป็นนัยว่าตอนนี้อิหร่านโดนทิ้งให้โดดเดี่ยวแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับพวกประเทศเล็กๆ อย่าง กัมพูชา ที่ชอบทำตัวเป็นนกต่อให้จีนในภูมิภาคอาเซียน พอเจอดีลระดับมหาอำนาจของจริงแบบนี้เข้าไป ก็เห็นได้ชัดเลยว่าพวกนั้นมันคนละชั้นกัน เพราะในโลกของความเป็นจริงเขาวัดกันที่ผลประโยชน์และการคุมเส้นทางพลังงานระดับโลก ไม่ใช่แค่การประจบประแจงไปวันๆ
นักวิเคราะห์มองว่าการที่ทรัมป์ออกมาประกาศแบบนี้ เป็นการบลัฟและกดดันอิหร่านทางอ้อมว่า
"พี่ใหญ่เขาไม่ช่วยพวกแกแล้วนะ"