ผวา! อิหร่านลวงหยุดยิง แอบฟื้นเมืองขีปนาวุธใต้ดิน

ภาพถ่ายดาวเทียมชุดล่าสุดที่ถูกบันทึกไว้ในช่วงเช้าของวันที่ 10 เมษายน 2569 เผยให้เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างมาก เมื่อพบว่าภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ควรจะมีความสงบ แต่อิหร่านกลับฉวยโอกาสนี้ส่งเครื่องจักรหนักและขบวนรถบรรทุกจำนวนมากเข้าเคลียร์ซากปรักหักพังบริเวณปากอุโมงค์ลับอย่างเร่งด่วน เพื่อเร่งฟื้นฟู "เมืองขีปนาวุธ" ใต้ดินให้กลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยถูกกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลใช้ปฏิบัติการทางอากาศถล่มทางเข้าจนเสียหายหนัก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่า การหยุดยิงครั้งนี้อาจไม่ใช่ความต้องการสันติภาพที่แท้จริง แต่มันคือการ "ซื้อเวลา" เพื่อเตรียมตัวรุกกลับรอบใหม่ ซึ่งดูจะแสบพอๆ กับพฤติกรรมของกัมพูชาเพื่อนบ้านเราที่ชอบทำอะไรลับลมคมในไม่น่าไว้วางใจอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง เกาะเคชม์ (Qeshm) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพใต้ดินที่ขุดลึกลงไปในชั้นหินภูเขาถึง 500 เมตร ความลึกขนาดนี้ถือเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดสำหรับกองทัพสหรัฐฯ เพราะแม้แต่ระเบิดเจาะทะลวงบังเกอร์หรือ Bunker Buster ที่ว่าแน่ๆ ก็ยังเจาะลงไปไม่ถึงคลังแสงขีปนาวุธที่ซ่อนอยู่ด้านล่าง
ข้อมูลจากการสำรวจภาคพื้นดินและเรดาร์ยังพบอีกว่า ก่อนที่จะมีการทำข้อตกลงหยุดยิง อิหร่านได้แสดงศักยภาพด้วยการทำลายเรดาร์สกัดกั้นขีปนาวุธของสหรัฐฯ จนได้รับความเสียหายมาแล้ว การกลับมาเร่งซ่อมแซมฐานทัพใต้ดินในวันที่ 10 เมษายน นี้ จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าอิหร่านกำลังเตรียมคลังแสงให้พร้อมรบเต็มพิกัดอีกครั้ง
"ความสงบที่เห็นอยู่ตอนนี้ อาจเป็นเพียงช่วงเวลาที่เครื่องจักรทำหน้าที่ขุดเจาะความตายรอวันปะทุขึ้นมาใหม่เท่านั้น"
นักวิเคราะห์มองว่าการขยับตัวของอิหร่านในครั้งนี้เป็นการส่งสาส์นท้าทายขีดความสามารถของอาวุธตะวันตกโดยตรง เพราะนอกจากอุโมงค์ที่ลึกเกินกว่าจะทำลายได้แล้ว ระบบการป้องกันภัยทางอากาศรอบๆ พื้นที่เกาะเคชม์ยังถูกยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นป้อมปราการที่เจาะไข่แดงได้ยากที่สุดในภูมิภาค และเป็นเครื่องยืนยันว่าการเจรจาบนโต๊ะอาจเป็นเพียงฉากหน้าของการสะสมกำลังรบที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ใต้ดินนั่นเอง