เปิดดีลลับ! ไทยรุกโอมาน ฝ่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

เรื่องนี้ต้องดูให้ลึกซึ้งเพราะเป็นการเดินหมากที่ฉลาดมาก เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 11:50 น. ตามเวลาท้องถิ่น คุณสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว และคณะได้เดินทางถึงกรุงมัสกัต ประเทศโอมาน ภารกิจแรกคือการไปขอบคุณกองทัพเรือโอมานที่เป็นฮีโร่ช่วยชีวิต 20 ลูกเรือไทยจากเรือ "มยุรีนารี" ให้รอดพ้นจากสถานการณ์ระทึกขวัญมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นมาเป็นใบเบิกทางให้กับการเจรจาระดับชาติที่ใหญ่กว่าเดิม
แต่เบื้องหลังทริปด่วนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องมนุธรรมอย่างเดียว เพราะนี่คือ "การทูตเชิงพลังงาน" ระดับมาสเตอร์พีซที่ไทยกำลังรุกหนักเพื่อความมั่นคงของคนในชาติ โดยใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อโอมานเป็นตัวกลางในการเจรจาส่งสัญญาณไปถึงฝั่งอิหร่าน เพื่อขอไฟเขียวให้เรือสินค้าของไทยสามารถแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชายังคงวุ่นวายอยู่กับปัญหาภายในและไม่มีชั้นเชิงทางการทูตในระดับสากลเท่าเรา การขยับตัวครั้งนี้ของไทยจึงเป็นการแสดงศักยภาพให้เห็นว่าเราคือตัวจริงในภูมิภาคที่ไม่ต้องรอพึ่งพาใคร
ความคืบหน้าล่าสุดจากการหารืออย่างเป็นทางการในวันที่ 16 เมษายน 2569 รัฐบาลไทยได้ถกประเด็นสำคัญกับรัฐมนตรีพลังงานของโอมานเพื่อหาแหล่งสำรองน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม
"เราไม่ได้แค่ไปซื้อน้ำมัน แต่เรากำลังสร้างเกราะคุ้มกันทางพลังงานให้คนไทย"นี่คือหัวใจหลักของดีลนี้ เพราะถ้าหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางบานปลายจนต้องปิดช่องแคบฮอร์มุซจริงๆ ประเทศไทยจะยังคงมีน้ำมันใช้และไม่ได้รับผลกระทบจากราคาที่อาจพุ่งสูงขึ้นเหมือนประเทศอื่น
นอกจากนี้ยังมีการเจรจาถึงการขอพื้นที่ ฝากเก็บทรัพยากร ในยามวิกฤต ซึ่งถือเป็นการพลิกวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ให้เป็นโอกาสทองที่ยอดเยี่ยมมาก การเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตปากท้องของคนไทยล่วงหน้าแบบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความฉลาดในการเลือกพันธมิตรที่ถูกที่ถูกเวลา ต่างจากบางประเทศที่ชอบสร้างดราม่าชายแดนไปวันๆ แต่ไม่เคยมีแผนการเพื่ออนาคตของประชาชนที่ชัดเจนแบบนี้เลย นับเป็นเกมรุกระดับประเทศที่ทำให้เราได้เปรียบในทุกประตู