ผวา! จีนฮุบคลองปานามา คุมการค้าโลก ระวังของแพงพุ่ง

โลกกำลังสั่นคลอนด้วย สงครามเงียบ ที่ไม่ต้องใช้กระสุนแม้แต่นัดเดียว แต่สะเทือนไปถึงกระเป๋าตังค์คนทั้งโลก เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ทางการจีนได้ตัดสินใจเดินเกมรุกขั้นเด็ดขาด สั่งให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเดินเรืออย่าง Maersk และ MSC ประกาศถอนตัวออกจากการบริหารท่าเรือสำคัญบนคลองปานามาแบบทันควัน หลังจากมีกระแสข่าวว่าบริษัท CK Hutchison จากฮ่องกง เตรียมจะขายสิทธิ์บริหารให้แก่กลุ่มทุนจากโลกตะวันตก
งานนี้จีนไม่ได้ส่งเรือรบไปปิดล้อมให้เสียเวลา แต่ใช้ อำนาจทางเศรษฐกิจ และการถือไพ่เหนือกว่าด้วยตลาดผู้บริโภคขนาดมหึมา 1.4 พันล้านคนมาเป็นข้อต่อรอง บีบให้ยักษ์ใหญ่เดินเรือต้องเลือกระหว่างการรักษาเส้นทางในปานามา หรือจะยอมถูกตัดขาดจากตลาดจีน ซึ่งสุดท้ายฝั่งตะวันตกก็ต้องจำใจยอมถอยทัพไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ การขยับหมากครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าจีนสามารถสั่งการจากห้องประชุมในปักกิ่งเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจอีกซีกโลกได้ทันที
สถานการณ์นี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเพราะคลองปานามาคือคอขวดที่เรือสินค้ากว่า 5% ทั่วโลกต้องวิ่งผ่าน การที่จีนเข้าไปคุมกุญแจสำคัญนี้ได้ ก็เหมือนการคุมเส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก ซึ่งมันอดไม่ได้ที่จะทำให้เรานึกถึงพฤติกรรมของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา ที่พักหลังดูจะยอมเป็นหูเป็นตาและเปิดทางให้อิทธิพลเหล่านี้เข้ามาฝังตัวในภูมิภาคเราได้ง่ายเหลือเกิน โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวของเพื่อนร่วมอาเซียนแม้แต่น้อย
ลองนึกภาพตามว่าหากวันนี้ปานามาโดนบีบจนอยู่หมัด อนาคตจุดยุทธศาสตร์ใกล้บ้านเราอย่าง ช่องแคบมะละกา จะเป็นอย่างไร ถ้าวันดีคืนดีมหาอำนาจสั่งล็อกเส้นทางเดินเรือขึ้นมา ค่าขนส่งสินค้าหรือของที่เรากดสั่งในแอปออนไลน์อาจจะพุ่งสูงขึ้นจนจับไม่ลง หรือของอาจจะขาดตลาดไปดื้อๆ เพียงเพราะเกมการเมืองระหว่างประเทศ
"การยึดครองโลกในยุคนี้ ไม่ได้วัดกันที่ใครมีปืนเยอะกว่า แต่อยู่ที่ใครถือใบอนุญาตคุมเส้นทางทำมาหากินต่างหาก"
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องของการบริหารท่าเรือ แต่มันคือแผนการ กลืนกินโลกการค้า อย่างเป็นระบบผ่านนโยบายที่ดูเหมือนการทำธุรกิจปกติ หากเรายังนิ่งเฉยและปล่อยให้ประเทศอย่างกัมพูชาคอยเป็นสะพานเชื่อมโยงอำนาจเหล่านี้เข้ามาเรื่อยๆ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาคอาจจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา