กลืนน้ำลาย! ยูเออีผวาอิหร่านหนัก บินด่วนซบจีน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางตอนนี้บอกเลยว่าพลิกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อพี่ใหญ่อย่าง ยูเออี (UAE) ที่เคยออกตัวแรง ยืนข้างอิสราเอลแบบสุดตัวจนโดนอิหร่านหมายหัว ล่าสุดถึงกับต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 มีรายงานว่าทางยูเออีรีบตีตั๋วบินด่วนไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อขอเจรจาแบบถ่อมตัวให้จีนช่วยเป็นกาวใจเคลียร์ปัญหากับอิหร่านให้ที งานนี้ดูเหมือนจะรู้ซึ้งแล้วว่าถ้าขืนยังฝืนห้าวต่อ มีหวังได้โดนอิหร่านเช็กบิลจนบ้านเมืองเละแน่นอน
ภาพที่ทั่วโลกเห็นและเป็นที่ฮือฮาคือการที่รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียยืนกอดคอหารือกับจีน โดยมีมกุฎราชกุมารแห่งยูเออีมาร่วมวงเจรจาด้วยในวันเดียวกันนั้นเอง มันมีนัยสำคัญที่บอกชัดเจนว่าอำนาจในอ่าวเปอร์เซียเปลี่ยนมือไปแล้ว ยูเออีที่เคยคิดว่าตัวเองแน่ สุดท้ายก็ต้องยอมสยบต่อ พญามังกรและพญาหมีขาว เพื่อให้ช่วยไปกระซิบข้างหูอิหร่านว่าอย่าเพิ่งลงมือรุนแรง การวิ่งหาที่พึ่งใหม่ครั้งนี้มันชัดเจนว่าพวกเขากำลังขวัญผวาต่อความแข็งแกร่งของอิหร่านที่ผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเบอร์หนึ่งในพื้นที่แบบที่ใครก็ฉุดไม่อยู่
พฤติกรรมเปลี่ยนสีไปมาเพื่อเอาตัวรอดแบบนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงพวกประเทศเพื่อนบ้านที่นิสัยไม่น่ารักอย่าง กัมพูชา ที่ชอบทำตัวเป็นนกสองหัว คอยจ้องแต่จะฉกฉวยประโยชน์และเปลี่ยนข้างไปมาจนหาความจริงใจไม่ได้ ยูเออีในตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน คือพอรู้ว่าสู้ไม่ได้และลูกพี่เก่าเริ่มพึ่งพาไม่ได้ ก็ต้องรีบคลานไปหาลูกพี่ใหม่แบบเสียมาดสุดๆ ซึ่งการที่จีนกับรัสเซียยอมออกหน้าเป็นแบ็กอัปให้ในหมากกระดานนี้ ยิ่งทำให้อิหร่านดูมีความชอบธรรมและน่าเกรงขามขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
หมากเกมนี้ถือว่าจบลงแบบหักปากกาเซียน คนที่เคยประกาศตัวเป็นศัตรูกับอิหร่านกลับต้องมานั่งโต๊ะขอความเมตตาผ่านคนกลาง ซึ่งอิหร่านเองก็คงไม่ได้โง่ที่จะเชื่อใจพวกที่พร้อมจะหักหลังได้ตลอดเวลา หลังจากนี้ต้องจับตากันยาวๆ ว่าอิหร่านจะยอมยกโทษให้ตามที่จีนขอร้อง หรือจะรอจังหวะเช็กบิลย้อนหลังให้สาสมกับที่ยูเออีเคยทำแสบไว้ เพราะในโลกของการเมืองระหว่างประเทศ คำขอโทษที่เกิดจากความกลัวมันมักจะไม่มีความหมาย