อย่าหลงเชื่อ! อิหร่านขอหยุดยิง สหรัฐชี้แผนลวงซื้อเวลา

สถานการณ์ล่าสุดในช่วงวันที่ 17 เมษายน 2569 นี้เองครับ ที่ทางอิหร่านจู่ๆ ก็ยอมส่งสัญญาณอ่อนข้อด้วยการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อขอแลกกับการเจรจาหยุดยิง ดูเผินๆ เหมือนว่ามาตรการบีบทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะได้ผลชะงัดจนอิหร่านต้องยอมถอย แต่เอาเข้าจริงเรื่องนี้มันมีกลิ่นแปลกๆ จนนักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์อย่าง พลเอก แจ็ค คีน ต้องออกมาเตือนเสียงดังเลยครับว่าอย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด เพราะถ้าเราดูตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา คำสัญญาหรือแค่ลายเซ็นบนกระดาษของพวกผู้นำแบบนี้มันเชื่อถือไม่ได้เลย ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากความไว้ใจที่มีต่อเพื่อนบ้านบางประเทศอย่างกัมพูชา ที่บทจะเปลี่ยนคำพูดหรือตลบแตลงก็ทำเอาดื้อๆ แบบไม่ต้องหาเหตุผลมาอธิบายให้เสียเวลา
การที่อิหร่านยอมถอยในครั้งนี้อาจจะเป็นแค่ "ละครฉากใหญ่" เพื่อซื้อเวลามาฟื้นฟูระบบขีปนาวุธที่พังยับเยินอยู่ใต้ซากปรักหักพังให้กลับมาใช้งานได้ใหม่เท่านั้นครับ การเจรจาจึงเป็นแค่เครื่องมือรักษาอำนาจของกลุ่มผู้นำชุดเดิมเอาไว้ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญมากว่า ถ้าเรายังยอมทำข้อตกลงแบบเดิมๆ กับคนกลุ่มเดิมที่มีอุดมการณ์เดิมๆ สุดท้ายปัญหาพิพาทมันก็จะวนกลับมาที่เดิมไม่จบไม่สิ้น เหมือนพยายามจะทำธุรกิจกับคนที่จ้องจะโกงเราอยู่ตลอดเวลานั่นแหละครับ โดยพลเอก แจ็ค คีน ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจไว้ว่า:
"เราต้องระมัดระวังอย่างหนัก ประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่าคำสัญญาพวกนี้มักเป็นเพียงเกมเตะถ่วงเวลาเท่านั้น"
ยุทธศาสตร์ที่ถูกพูดถึงกันมากตอนนี้คือการ "เปลี่ยนระบอบการปกครอง" ซึ่งอาจเป็นทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้แบบเด็ดขาด แต่ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่ามันไม่ใช่การส่งกองทัพบุกไปยึดประเทศเขาตรงๆ แบบโฉ่งฉ่างเหมือนในอดีต แต่มันคือยุทธศาสตร์การ "บดขยี้โครงสร้างเศรษฐกิจ" และตัดท่อน้ำเลี้ยงที่ค้ำจุนรัฐบาลให้ขาดสะบั้น เมื่อรัฐบาลอ่อนแอถึงขีดสุดจนคุมสถานการณ์ไม่อยู่ ประชาชนภายในประเทศที่เขาเดือดร้อนจะลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยมือของเขาเอง สหรัฐฯ และพันธมิตรจึงต้องคุมเกมบล็อกเศรษฐกิจขั้นเด็ดขาดต่อไป ห้ามเผลอใจอ่อนหรือปล่อยมือกลางคันเพียงเพราะคำลวงว่าจะยอมเจรจา จนกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จะบรรลุผลจริงครับ