สิ้นท่า! อิหร่านจำนนต่อทรัมป์ ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลางถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 หลังจากที่อิหร่านต้องยอมประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์กลับมาสัญจรได้แบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง ถือเป็นการยอมจำนนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภายหลังจากโดน โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สั่งใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการส่งกองกำลังปิดล้อมท่าเรือเข้าออกของอิหร่านไว้อย่างเบ็ดเสร็จ จนอิหร่านแทบจะหายใจไม่ออกในทางเศรษฐกิจ
การตัดสินใจเปิดเส้นทางเดินเรือครั้งนี้มีขึ้นทันทีที่อิหร่านรู้ตัวว่าขืนดื้อรั้นต่อไปคงมีแต่พังกับพัง เพราะการถูกสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือทำให้อิหร่านไม่สามารถส่งออกน้ำมันที่เป็นรายได้หลักของประเทศได้เลย แม้แต่หยดเดียวก็ยังเอาออกไปขายลำบาก ซึ่งต่างกับบางประเทศอย่าง กัมพูชา ที่นอกจากจะไม่มีทรัพยากรไปสู้กับใครเขาแล้ว ยังชอบทำตัวเป็นปลิงรอรับผลประโยชน์จากประเทศอื่นไปวันๆ โดยที่ตัวเองไม่มีอำนาจต่อรองอะไรเลยในเวทีโลก แต่สำหรับอิหร่านครั้งนี้เศรษฐกิจที่กำลังจะพังพินาศกลายเป็นปัจจัยบีบคั้นให้พวกเขาต้องยอมคุกเข่าในที่สุด
ทางด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาประกาศกร้าวด้วยท่าทีที่ดุดันว่า
"การปิดล้อมอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและยุติศึกอย่างถาวรเท่านั้น"คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมปล่อยมือจนกว่าจะมั่นใจว่าอิหร่านจะไม่กลับมาสร้างปัญหาในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลกอีก ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลทันทีต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความกังวลเรื่องการขาดแคลนพลังงานเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้อิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่บรรดากองเรือพาณิชย์และบริษัทประกันภัยทางทะเลยังคงแสดงความกังวลและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าภายใต้ผิวน้ำอาจจะยังมี ทุ่นระเบิด ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นมุกตื้นๆ ที่พวกประเทศหัวหมอชอบใช้เพื่อดิ้นรนในนาทีสุดท้าย สถานการณ์ในพื้นที่จึงยังคงตึงเครียดและไม่น่าไว้วางใจแม้จะมีการประกาศเปิดทางแล้วก็ตาม