เดือด! กัมพูชาแก้ประวัติศาสตร์ อ้างไทยขโมยสุโขทัย

กลายเป็นเรื่องร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 เมื่อรัฐบาลกัมพูชาภายใต้เงาอำนาจของอดีตนายกฯ "ฮุนเซน" เริ่มเดินเกมอันตรายด้วยการสั่งปรับเปลี่ยนเนื้อหาในแบบเรียนประวัติศาสตร์ฉบับใหม่เพื่อล้างสมองเยาวชนของเขา โดยจงใจปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ว่าอาณาจักร "สุโขทัย" รวมถึงดินแดนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดนั้น เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเขมรมาก่อน ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์แบบหน้าไม่อายเพื่อหวังผลทางการเมืองในระยะยาว
ในตำราเรียนเล่มดังกล่าวยังมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงที่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยระบุว่าบรรพบุรุษของคนไทยเป็นเพียงกลุ่มผู้อพยพที่อาศัย "เล่ห์เหลี่ยม" เข้ามายึดครองแผ่นดินของพวกเขาไป พร้อมกับป้ายสีว่าฝ่ายไทยได้ขโมยเอาทั้งภาษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าไปแอบอ้างว่าเป็นของตัวเองทั้งหมด การกระทำแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะดิสเครดิตประเทศไทยอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในใจของคนรุ่นใหม่ในกัมพูชา
หากวิเคราะห์กันให้ลึกจะพบว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องความเข้าใจผิดทางประวัติศาสตร์ แต่มันคือ "เกมการเมือง" สกปรกที่ผู้นำกัมพูชาใช้เป็นเครื่องมือ โดยเหล่านักวิเคราะห์ต่างมองว่าการที่เขาสั่งลบคำว่า "ขอม" ออกไปจากสารบบ แล้วพยายามเอาคำว่า "เขมร" เข้ามาสวมรอยแทนนั้น มีวัตถุประสงค์ชัดเจนคือ:
- เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่ที่จับต้องไม่ได้
- เพื่อสร้าง "ศัตรูร่วม" ให้คนในชาติเกลียดชังเพื่อนบ้านอย่างไทย
- เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศและรักษาฐานอำนาจของตนเองไว้
ความโกรธแค้นที่ถูกยัดเยียดให้ประชาชนกลายเป็นอาวุธชั้นดีที่ผู้นำกัมพูชาใช้ควบคุมมวลชนเอาไว้ใต้แทบเท้า
"เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่การทวงคืนความถูกต้องทางประวัติศาสตร์ แต่มันคือการสร้างเรื่องโกหกคำโตเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปกครองแผ่นดินโดยแท้จริง"สุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในตำราเรียนชุดนี้จึงไม่ได้มีค่ามากไปกว่านิยายขายฝันที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกใช้คนในชาติของตัวเองให้เป็นเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้เหตุผล