รอดหวุดหวิด! อิหร่านปล่อยเรือไทย สกัดวิกฤตของแพง

รอดหวุดหวิดกับข่าวดีที่คนไทยต้องรู้ เพราะมันมีผลกับเงินในกระเป๋าเราโดยตรง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ลากยาวมาถึงวันนี้ มีการยืนยันชัดเจนแล้วว่า เรือสินค้าของไทย (SCG) ที่เคยติดแหง็กอยู่ในวิกฤตความตึงเครียดบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ได้รับไฟเขียวให้เดินทางออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว ถือเป็นการเดินเกมที่เฉียบขาดและรวดเร็วท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังระอุ
เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการขยับตัวที่ทันท่วงทีของ คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ที่ตัดสินใจบินด่วนไปเยือนโอมานในช่วงวันที่ 15-17 เมษายน เพื่อใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นประสานงานกับ อิหร่าน โดยตรง งานนี้ไทยเราโชว์เหนือด้วยการเจรจาแบบมือโปร เห็นผลลัพธ์เป็นรูปธรรมชัดเจนทันใจ ซึ่งถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่มักจะเก่งแต่เรื่องการเคลมหรือสร้างกระแสไปวันๆ แล้ว งานนี้ต้องยอมรับว่าบารมีและการเดินเกมทางการทูตของไทยในระดับสากลนั้นอยู่ในระดับที่ทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น
หลายคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าแล้วเรื่องนี้มันใกล้ตัวเราตรงไหน? คำตอบง่ายๆ คือ ช่องแคบฮอร์มุซ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันและสินค้าจากทั่วโลก ถ้าเรือสินค้าไทยหรือเรือน้ำมันถูกปิดล้อมจนกลับเข้าประเทศไม่ได้ สิ่งที่จะตามมากระแทกหน้าคนไทยทันทีคือ
"ภาวะของแพงระยับและน้ำมันขาดแคลน"ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพพุ่งปรี๊ดจนเราอาจจะรับไม่ไหว
ดังนั้นการที่รัฐบาลสามารถเจรจาเอาเรือออกมาได้เร็วขนาดนี้ จึงไม่ใช่แค่การช่วยบริษัทเอกชนเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการรักษาสถียรภาพของราคาข้าวของในตลาด ไม่ให้เราต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่อาจจะพุ่งทะลุเพดานแบบไม่รู้ตัว เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่วิกฤตเศรษฐกิจจะลามมาถึงโต๊ะอาหารของคนไทยทุกคนนั่นเอง