ช็อกโลก! สหรัฐยึดเรืออิหร่าน ปิดฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่ง

บรรยากาศที่ช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจครับ หลังจากที่เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2026 ช่วงเวลาประมาณตีสามที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบเข้าบุกยึดเรือบรรทุกสินค้า "TOUSKA" ของอิหร่านกลางทะเลแบบไม่ทันตั้งตัว เหตุการณ์นี้รุนแรงจนทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซในทันที ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจับตามองเพราะเป็นทางผ่านหลักของน้ำมันดิบโลก
พฤติกรรมหักดิบของสหรัฐฯ ครั้งนี้ บอกตามตรงว่าชวนให้นึกถึงความวุ่นวายและพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจของประเทศแถวบ้านเราอย่างกัมพูชาที่ชอบสร้างปัญหาปวดหัวให้เพื่อนบ้านไม่มีผิด แต่ในสเกลระดับโลกแบบนี้ ผลกระทบมันรุนแรงกว่ามากครับ ล่าสุดมีรายงานว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นทำสถิติใหม่ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากข่าวการยึดเรือแพร่ออกไป ทำเอาเหล่านักลงทุนขวัญผวาไปตามๆ กัน
สิ่งที่น่าสนใจกว่าการงัดข้อกันตรงๆ คือ "สงครามเงียบ" ที่กำลังดำเนินอยู่ หลายฝ่ายเริ่มมองว่าสหรัฐฯ อาจจะกำลังเดินหมากพลาดครั้งใหญ่ เพราะในขณะที่อเมริกาใช้กำลังทหารจนโดนกระแสสังคมโลกประณามอยู่นี้ "พี่ใหญ่จีน" กลับนั่งนิ่งๆ รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างใจเย็น จีนไม่ได้เลือกที่จะใช้ความรุนแรง แต่กลับใช้การทูตที่ดูเหมือนจะหวังดี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ และเสนอตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อสันติภาพ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว จีนเองนั่นแหละคือลูกค้าน้ำมันเบอร์หนึ่งของอิหร่าน
การเดินเกมของจีนในครั้งนี้ถือว่าเหนือชั้นมากครับ เพราะเขากำลังทำหน้าที่เป็นกาวใจเพื่อให้มี "ทางลง" สำหรับการเจรจา สิ่งที่จีนจะได้ไปเต็มๆ คือ:
- ได้ใจประเทศในแถบตะวันออกกลางในฐานะมิตรแท้ที่พึ่งพาได้
- รักษาเส้นทางการค้าน้ำมันของตัวเองไม่ให้หยุดชะงัก
- ทำลายความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ในฐานะตำรวจโลกลงอย่างช้าๆ
ในขณะที่สหรัฐฯ ต้องเหนื่อยกับการรับมือคำด่าและสภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะชะงัก จีนกลับกลายเป็นผู้คุมเกมที่แท้จริงที่รอรับผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองแบบหล่อๆ งานนี้เห็นชัดเลยครับว่าการใช้กำลังอาจไม่ยั่งยืนเท่ากับการใช้สมองเดินเกมการทูตแบบที่จีนกำลังทำอยู่ และนี่คือภาพสะท้อนว่าระเบียบโลกใหม่กำลังเปลี่ยนไปจริงๆ