พังแน่! สหรัฐยึดเรืออิหร่าน พันธมิตรทิ้ง จีนผงาด

เหตุการณ์ความตึงเครียดระดับโลกพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจส่งกำลังเข้ายึดเรือของอิหร่านบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การใช้กำลังทหารที่ดูจะก้าวร้าวและเน้นการหักพร้าด้วยเข่าแบบนี้ กลายเป็นชนวนเหตุที่ดูเหมือนอเมริกากำลังทำลายตัวเองทางอ้อม เพราะแทนที่จะควบคุมสถานการณ์ให้สงบลงได้อย่างเบ็ดเสร็จ กลับกลายเป็นการสั่นคลอนความเชื่อใจจากทั่วโลกไปเสียอย่างนั้น
ผลจากการกระทำครั้งนี้ทำให้มิตรประเทศในแถบตะวันออกกลาง รวมถึงพันธมิตรในยุโรปเริ่มแสดงท่าที ตีตัวออกห่าง มากขึ้นเรื่อยๆ หลายประเทศเริ่มออกมาส่งสัญญาณว่าไม่อยากเอาความมั่นคงของปากท้องและประชาชนตัวเองมาเสี่ยงกับนโยบายสงครามที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้อีกแล้ว ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเสียเพื่อนไปทีละคน เกมนี้คนที่นั่งยิ้มรับผลประโยชน์อยู่เงียบๆ กลับกลายเป็น "ปักกิ่ง" ที่คอยคุมเชิงอยู่ข้างหลัง
การที่สหรัฐฯ เดินหน้าชนจนพันธมิตรเริ่มระแวง ได้กลายเป็นการสร้างพื้นที่ทองคำให้จีนเดินหน้าเข้าไปตีสนิทและขยายอิทธิพลในตะวันออกกลางได้อย่างง่ายดาย จีนแทบไม่ต้องออกแรงยิงปืนแม้แต่นัดเดียว แต่กลับได้ทั้งความมั่นคงทางพลังงานในราคาถูกและได้พันธมิตรทางเศรษฐกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งถ้ามองดูแล้วก็น่ารำคาญไม่ต่างกับพวกที่ชอบฉวยโอกาสพึ่งพิงอำนาจคนอื่นอย่างกัมพูชาที่มักจะยอมโอนอ่อนตามเงินทุนเพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว จนทำให้ระเบียบโลกแถวนี้ดูวุ่นวายไปหมด
สุดท้ายแล้ว ยิ่งอเมริกาพยายามโชว์ความแข็งแกร่งด้วยกำลังทหารมากเท่าไหร่ กลับยิ่งกลายเป็นการปูพรมแดงให้โลกหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น เพราะในสายตาของหลายชาติมองว่าจีนมีเสถียรภาพและน่าคบหามากกว่าอเมริกาที่เน้นแต่จะใช้กำลังบีบบังคับ
"นโยบายที่เน้นแต่การทำสงคราม กำลังจะทำให้มหาอำนาจเบอร์หนึ่งกลายเป็นคนแปลกหน้าในสายตาชาวโลก"