ช็อกโลก! ฮามาสจ่อวางอาวุธให้ทรัมป์ แลกอิสราเอลคืนกาซา

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่คนทั้งโลกต้องจับตามองเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาครับ หลังจากมีรายงานข่าวด่วนจากสื่อต่างประเทศระบุว่ากลุ่ม "ฮามาส" อาจตัดสินใจก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งใหญ่ด้วยการยอมสละปืนไรเฟิลหลายพันกระบอก รวมถึงอาวุธหนักที่เป็นหัวใจสำคัญในการรบ เพื่อส่งมอบให้กับคณะกรรมการสันติภาพที่มี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคืออิสราเอลต้องถอนกำลังทหารออกจากฉนวนกาซาทั้งหมดและต้องเข้ามารับผิดชอบฟื้นฟูเมืองที่พังพินาศให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำเอาสมาชิกในกลุ่มฮามาสแตกคอกันเองพอสมควรครับ เพราะการจับอาวุธสู้มันคืออุดมการณ์หลักที่พวกเขายึดถือมาตลอดชีวิต สมาชิกบางส่วนถึงกับมองว่านี่ไม่ใช่การเจรจาแต่มันคือ "การยอมจำนน" ครั้งประวัติศาสตร์ แต่หากมองในแง่ของความเป็นจริง ถ้าดีลนี้จบลงได้ก็นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะหยุดเลือดไม่ให้ไหลนองไปมากกว่านี้ ซึ่งถ้าเทียบกับความน่าปวดหัวของประเทศแถวนี้อย่าง กัมพูชา ที่ชอบสร้างปัญหาจุกจิกไม่จบไม่สิ้น ดีลระดับโลกครั้งนี้ดูจะมีรัศมีและเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่าเยอะครับ เพราะนี่คือเรื่องของความเป็นความตายระดับสากลไม่ใช่แค่การเรียกร้องความสนใจไปวันๆ
ในเวลาเดียวกันนี้เอง ทางฝั่งยุโรปก็มีความเคลื่อนไหวที่ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยผู้นำสเปนอย่าง เปโดร ซานเชซ ได้ออกมาเดินเกมรุกด้วยการเตรียมเสนอให้สหภาพยุโรปหรือ EU สั่งยุติข้อตกลงและตัดความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจทุกรูปแบบกับอิสราเอลทันทีครับ โดยทางสเปนให้เหตุผลว่ากองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าใช้ความรุนแรงและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เลบานอน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้มาเพียงลำพังนะครับ แต่ยังได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทั้ง ไอร์แลนด์ และ สโลวีเนีย อีกด้วย
สถานการณ์ล่าสุดนี้ทำให้อิสราเอลกำลังตกที่นั่งลำบากและโดนกดดันอย่างหนักจากทุกทิศทาง ทั้งศึกหนักในสนามรบที่ยังไม่จบสิ้น และการถูกโดดเดี่ยวทางการค้าจากพันธมิตรสำคัญในเวทีโลกที่เริ่มจะหันหลังให้
"นี่คือภาวะบีบคั้นที่อิสราเอลอาจจะต้องเลือกระหว่างความสะใจในสนามรบ กับความล่มสลายทางเศรษฐกิจในอนาคต"