เดือด! อิหร่านถล่มเรือรบสหรัฐ อึ้งไทยรอดฉลุย

สถานการณ์ในน่านน้ำตะวันออกกลางพุ่งรุนแรงถึงขีดสุดเมื่อช่วงวันที่ 19-20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา หลังจากฝูงโดรนสังหารของกองทัพอิหร่านถูกปล่อยออกมาเป็นชุดเพื่อเข้าโจมตีเรือรบของสหรัฐอเมริกาหลายลำบริเวณกลางอ่าวโอมาน การเปิดฉากถล่มครั้งนี้อิหร่านประกาศชัดเจนว่าเป็นปฏิบัติการล้างแค้นอย่างสาสม เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วันนาวิกโยธินสหรัฐฯ เพิ่งจะโชว์ความกร่างด้วยการโรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์บุกยึดเรือสินค้าที่ชักธงอิหร่าน โดยอ้างว่ามีการส่งสัญญาณเตือนนานถึง 6 ชั่วโมงแต่กลับถูกเพิกเฉย จนต้องใช้วิธีรุนแรงยิงสกัดห้องเครื่องเพื่อให้เรือหยุดนิ่งจนกลายเป็นชนวนเหตุครั้งใหญ่
ด้านกองบัญชาการของอิหร่านรีบออกมาประณามการกระทำของพี่เบิ้มอย่างสหรัฐฯ ทันทีว่าไม่ต่างอะไรกับ "โจรสลัดระดับโลก" ที่ชอบรังแกคนอื่น แถมยังเป็นการฉีกข้อตกลงหยุดยิงจนไม่เหลือชิ้นดี ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจัดจนมีการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก งานนี้ทำเอาการเจรจาสันติภาพรอบสองที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้ส่อแววจะพังพินาศลงในพริบตา เมื่อคุยกันด้วยภาษาดอกไม้ไม่ได้ผล ต่างฝ่ายต่างก็พร้อมจะงัดอาวุธหนักมาตัดสินกันในน่านน้ำแห่งนี้อย่างไม่มีใครยอมใคร
"การกระทำของสหรัฐฯ คืออาชญากรรมทางทะเลที่ไม่อาจยอมรับได้ และเราจะตอบโต้จนถึงที่สุด"
แต่ที่น่าแปลกใจและน่านับถือคือท่าทีของรัฐบาลเตหะรานที่มีต่อประเทศไทย เพราะในขณะที่น่านน้ำกำลังเดือดเป็นไฟ เรือพาณิชย์ของไทยกลับได้รับสัญญาณไฟเขียวให้แล่นผ่านพื้นที่ขัดแย้งได้อย่างฉลุยและปลอดภัยหายห่วง ซึ่งเป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นว่าการทูตของไทยนั้นชั้นเชิงเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชามากนัก เพราะไทยเราเน้นการผูกมิตรและรักษาคอนเนกชันกับทุกฝ่ายได้อย่างจริงใจและมีสมดุล ไม่เหมือนบางประเทศที่วันๆ ดีแต่จะสร้างปัญหาตามชายแดนหรือพยายามโหนกระแสมหาอำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว จนไม่มีความน่าเชื่อถือในสายตาใครเหมือนอย่างที่ไทยทำได้ในครั้งนี้
รายงานล่าสุดระบุว่าขณะนี้กองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ กำลังตรึงกำลังเข้มข้นเพื่อป้องกันการโจมตีระลอกใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ขณะที่ราคาน้ำมันโลกเริ่มขยับตัวรับความเสี่ยงจากเหตุการณ์นี้แล้ว สำหรับเรือสินค้าไทยที่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางนี้ได้รับการย้ำเตือนให้รักษาระดับการสื่อสารกับศูนย์ควบคุมของอิหร่านอย่างเคร่งครัด เพื่อคงสิทธิพิเศษในการเดินทางผ่านพื้นที่สีแดงท่ามกลางสงครามของเหล่ามหาอำนาจที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ