ดราม่าเดือด! เขมรทะลักเซเว่น โป๊ะแตกแบนสินค้าไทย

ไหนว่าแบนสินค้าไทยไง? กลายเป็นประเด็นเดือดปนขำไม่ออกในโลกโซเชียลของประเทศเพื่อนบ้านตัวดี เมื่อช่วงเทศกาล "โจลชนัมทเมย" หรือปีใหม่กัมพูชา ระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บัญชีโซเชียลนามว่า "โปลีเฮง" ได้โพสต์คลิปแฉภาพบรรยากาศในร้าน 7-Eleven สาขาหนึ่งในกรุงพนมเปญ ที่เต็มไปด้วยคลื่นมหาชนชาวกัมพูชาแห่กันมาต่อคิวซื้อสินค้าไทยกันจนล้นร้าน ชนิดที่ว่าเบียดเสียดแทบไม่มีที่ยืน
ภาพที่ปรากฏในคลิปมันช่างขัดแย้งกับกระแสชาตินิยมที่พยายามปั่นกันมาตลอดว่าให้เลิกอุดหนุนของไทย เพราะพอถึงเวลาจริงๆ ร้านสะดวกซื้อสัญชาติไทยกลับกลายเป็นเป้าหมายหลักที่คนเขมรวิ่งเข้าหา งานนี้ทำเอาชาวเน็ตในกัมพูชาที่คลั่งชาติจัดๆ ถึงกับนั่งไม่ติด ออกมาสาดคอมเมนต์ถล่มเพื่อนร่วมชาติตัวเองกันยับเยินกว่าพันข้อความ มองว่าภาพที่เห็นมันน่าอับอายและเป็นการตบหน้าความพยายามในการแบนสินค้าจากฝั่งไทยอย่างแรง
ข้อความโจมตีในโลกออนไลน์กัมพูชาครั้งนี้รุนแรงและหยาบคายเกินกว่าจะรับได้ บางคนถึงขั้นด่าพวกที่เข้าไปซื้อของว่า "พวกสมองหมา" และมีการใช้คำประณามที่รุนแรงว่าพวกเขากำลัง
"เอาเงินไปซื้อกระสุนให้คนไทยมายิงทหารกัมพูชาตามแนวชายแดน"แถมยังตราหน้าคนในคลิปว่าเป็นพวก "ทรยศชาติ" เพียงเพราะต้องการความสะดวกสบายจากบริการที่ได้มาตรฐานของไทย
ดราม่าครั้งนี้มันสะท้อนให้เห็นชัดเลยว่า "การแบนสินค้าไทย" ในกัมพูชามันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันของพวกเกรียนคีย์บอร์ดบางกลุ่มเท่านั้น เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ว่าเขาจะพยายามปลูกฝังความเกลียดชังใส่หัวกันแค่ไหน แต่สุดท้าย "คุณภาพสินค้าและความสะดวกสบาย" ของไทยก็ยังชนะขาดลอย วันหยุดยาวคนเยอะ อากาศร้อน ทุกคนก็ต้องการของดีราคาเป็นธรรม ซึ่งแบรนด์ไทยตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุดจนคนเขมรเองยังปฏิเสธไม่ลง
ความพยายามปั่นกระแสแบนแบบ "แบนทิพย์" รอบล่าสุดนี้เลยกลายเป็นตลกร้ายที่คนไทยนั่งดูแล้วได้แต่ขำ เพราะท้ายที่สุดแล้วเรื่องปากท้องและความพึงพอใจมันสำคัญกว่าอคติที่พยายามสร้างขึ้นมาบังหน้า ภาพคนต่อคิวยาวเหยียดใน 7-Eleven ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาจึงเป็นหลักฐานชิ้นโบว์แดงว่า ของไทยเรามันดีจนเพื่อนบ้านปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลุ่มนี้ต้องยอมทิ้งอุดมการณ์แล้วควักเงินซื้ออยู่ดี