เดือด! สีจิ้นผิงจี้สหรัฐ-อิหร่านหยุดยิง ผวาน้ำมันพุ่ง

สถานการณ์โลกตอนนี้บอกเลยว่าเดือดจนปรอทแตก เมื่อช่วงบ่ายเวลาประมาณ 14:30 น. ของวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา พี่ใหญ่อย่าง "สี จิ้นผิง" ประธานาธิบดีจีน อยู่เฉยไม่ได้แล้วครับ ต้องรีบต่อสายตรงหาเจ้าชายมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียแบบด่วนจี๋ เพื่อเรียกร้องให้ทางอิหร่านและสหรัฐฯ หยุดยิงกันทันที โดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมกับจี้ให้มีการเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมันโลกให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ หลังจากที่โดนไฟสงครามปิดตายจนเรือสินค้าขยับไปไหนไม่ได้มาพักใหญ่
การขยับตัวของมังกรจีนครั้งนี้ถือว่าน่าจับตามาก เพราะนี่คือการออกโรงห้ามทัพอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มปะทุหนักเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้มันบีบหัวใจสุดๆ เนื่องจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกำลังจะ "หมดอายุ" ลงในวันที่ 21 เมษายน 2569 นี้แล้ว แถมทางฝั่งสหรัฐฯ ก็เพิ่งจะไปก่อเรื่องด้วยการยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในบริเวณอ่าวโอมาน ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์มันคุโชนขึ้นไปอีก
บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวพวกเราเลยครับ ถ้าช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดตายต่อไปแบบนี้ เตรียมตัวควักกระเป๋าจ่ายค่าน้ำมันและค่าครองชีพที่เตรียมจะ พุ่งปรี๊ด กันได้เลย เพราะเส้นทางนี้คือทางผ่านหลักของน้ำมันดิบโลก ซึ่งแน่นอนว่าจีนเองก็เจ็บหนักเพราะนำเข้าน้ำมันผ่านจุดนี้มหาศาล การที่สี จิ้นผิง ออกมาสวมบท "ฮีโร่ผู้รักสันติ" จึงไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำใจ แต่มันคือการรักษาเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของตัวเองเอาไว้ไม่ให้พังพินาศ
ที่น่าสนใจคือคำพูดของผู้นำจีนที่ย้ำว่าสนับสนุนให้ชาติในตะวันออกกลาง
"กำหนดชะตาชีวิตและแก้ปัญหาของตัวเอง"
หมากกระดานนี้ของจีนถือว่าล้ำลึกมากครับ เพราะในขณะที่สหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็นตัวการยั่วยุและปิดล้อมทางทะเล จีนกลับใช้จังหวะชุลมุนนี้สร้างแต้มต่อด้วยการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพ เพื่อดึงใจโลกอาหรับมาเป็นพวก ซึ่งถ้าจีนทำสำเร็จ นี่จะเป็นการ "พลิกขั้วอำนาจโลก" อย่างแท้จริง โดยใช้วิกฤตพลังงานเป็นบันไดเหยียบขึ้นไปสู่ตำแหน่งเบอร์หนึ่งของโลกแทนที่สหรัฐฯ อย่างสง่างาม