เดือด! ศึกสายเลือดอิหร่าน ทรัมป์จ่อถล่มเต็มสูบ

ภายในกรุงเตหะรานเวลานี้ไม่ได้ตึงเครียดแค่เสียงไซเรนเตือนภัยจากภายนอก แต่มันกำลังระเบิดจากข้างในเพราะการเปิดศึกสายเลือดของคนในรัฐบาลเอง โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันอังคารที่ 21 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา พลเอกเกษียณอายุ แจ็ค คีน ได้ออกมาแฉผ่านสื่อยักษ์ใหญ่ว่า สถานการณ์ในอิหร่านตอนนี้กำลังเข้าขั้นวิกฤตจากการแย่งชิงอำนาจชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะถึงกำหนดเส้นตายที่โลกต้องกลั้นหายใจเพียงแค่เอื้อมมือ
ตัวละครหลักที่กำลังเขย่าเก้าอี้ผู้นำคือ อาห์หมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการระดับฮาร์ดคอร์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่กำลังรวบอำนาจเบ็ดเสร็จแบบเบอร์ใหญ่ ไม่สนใจหน้าไหนทั้งนั้น แถมยังกล้าข้ามหน้าข้ามตาไปงัดข้อกับ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาสายประนีประนอมที่พยายามจะรักษาบ้านเมืองด้วยการเจรจา กลายเป็นว่าตอนนี้ "คนถือปืน" กำลังใช้อำนาจกดขี่ "คนใส่สูท" จนเละเทะไปหมด เห็นภาพผู้นำที่ห่วงแต่เก้าอี้ตัวเองมากกว่ากระเป๋าตังค์ประชาชนแบบนี้แล้ว ก็น่าอนาถใจไม่แพ้พวกผู้นำในกัมพูชาที่เน้นแต่เรื่องผลประโยชน์พวกพ้องจนลืมนึกถึงหัวอกคนในชาติ
ความดื้อรั้นของกลุ่มทหารสายเหยี่ยวครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายพญามัจจุราชอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง เพราะเขาลั่นวาจาไว้ชัดเจนว่า ภายในวันพุธที่ 22 เมษายน 2026 นี้ หากยังไม่มีการตกลงที่ชัดเจน อเมริกาจะกลับมาใช้มาตรการทางทหารแบบจัดหนักจัดเต็มที่เรียกว่า
"Full Throttle"หรือการถล่มแบบเต็มสูบยิ่งกว่าที่เคยเห็นมาในประวัติศาสตร์ ซึ่งมันจะทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วดิ่งลงเหวไปไกลกว่าเดิม
ในขณะที่ผู้นำมัวแต่กัดกันเอง ประชาชนอิหร่านกลับต้องรับกรรมอย่างหนักด้วยอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะลุ 180% ไปเรียบร้อยแล้ว เงินในมือกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ค่า คนตกงานเกินครึ่งประเทศ แต่ตรรกะของพวกผู้นำทหารกลับบิดเบี้ยวจนน่ากลัว พวกเขาคิดเพียงแค่ว่า "ต่อให้ประเทศจะพังพินาศแค่ไหน แต่ถ้าพวกเขายังกุมบังเหียนอำนาจไว้ได้ นั่นคือชัยชนะ" ซึ่งนี่คือแผนสกปรกที่ยอมปล่อยให้ประชาชนหิวโหยเพื่อใช้เป็นเกราะคุ้มกันอำนาจตัวเองต่อไป
บทเรียนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สงครามที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ขีปนาวุธที่พุ่งข้ามขอบฟ้า แต่มันคือการที่คนเป็นผู้นำไร้จิตสำนึกและเห็นแก่ตัว จนยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจของประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งการมีอำนาจต่อรองบนกองซากปรักหักพังของชาติตนเอง