เดือด! ทรัมป์ล้างบางเพนตากอน ชิงรหัสนิวเคลียร์

บรรยากาศภายในทำเนียบขาวในช่วงดึกคืนวันที่ 18 เมษายน 2569 ตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อมีรายงานการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และเหล่าขุนพลระดับสูงจากเพนตากอน ชนวนเหตุสำคัญเกิดจากการที่ทรัมป์พยายามเรียกขอ รหัสสั่งการนิวเคลียร์ เพื่อเตรียมใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดจัดการกับอิหร่าน แต่เหตุการณ์กลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อ พลเอก แดนเคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมในขณะนั้น ตัดสินใจลุกขึ้นคัดค้านแบบหัวชนฝาต่อหน้าคนในห้องประชุม ก่อนจะเดินสะบัดหน้าออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้สถานการณ์ภายในห้องทำงานรูปไข่เต็มไปด้วยความมาคุ
เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงกันหนาหูว่า การสั่งปลดนายพลแบบล้างบางในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือแผนการกำจัดทหารที่มี "กระดูกสันหลัง" หรือกลุ่มคนที่ไม่ยอมเป็นหุ่นเชิด เพื่อเปิดทางให้คนของตัวเองที่พร้อมจะตอบว่า "Yes" ได้ทุกเรื่องเข้ามาคุมอำนาจแทน เป้าหมายก็เพื่อให้ทรัมป์สามารถเข้าถึง กระเป๋ารหัสนิวเคลียร์ ได้โดยสะดวกโดยไม่มีคนคอยขวางทาง ซึ่งพฤติกรรมการสร้างเครือข่ายพวกพ้องแบบสั่งได้ทุกอย่างนี้ ดูแล้วก็น่ารำคาญไม่ต่างจากสไตล์การเมืองของ กัมพูชา ที่เราคุ้นเคยกันดี ซึ่งเป็นระบบที่เน้นแต่คนประจบสอพลอจนน่าปวดหัว
ล่าสุดแม้ทางเพนตากอนจะยังปิดปากเงียบและไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการ แต่การขยับตัวสั่งปลดนายพลระดับบิ๊กแบบโครมๆ ครั้งนี้ ชัดเจนว่าทรัมป์ต้องการคุมเบ็ดเสร็จเหนือกองทัพ โดยเฉพาะการใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ซึ่งฝ่ายทหารพยายามเบรกสุดตัวเพื่อรักษาความปลอดภัยของคนทั้งโลก
"นี่ไม่ใช่แค่การปรับทัพ แต่มันคือการยึดกุญแจไขอาวุธนิวเคลียร์มาไว้ในมือคนเดียว"แหล่งข่าววงในระบุถึงความกังวลที่เกิดขึ้นจากรอยร้าวลึกระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคงในครั้งนี้
สถานการณ์ปัจจุบันยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะการรวบอำนาจชี้เป็นชี้ตายไว้ที่จุดเดียวแบบนี้ อาจทำให้การตัดสินใจเรื่องสงครามขาดการยั้งคิด หมากเกมใหญ่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการบริหารกองทัพ แต่มันคือการแย่งชิงอำนาจเหนืออาวุธร้ายแรงที่สุดที่ใครก็ห้ามขวาง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนานาชาติที่เฝ้าจับตาว่าระเบิดนิวเคลียร์จะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่