ช็อก! ข้อมูลหลุด ทรัมป์หน้าแตก อิหร่านจ่อตัดเน็ตโลก

ยุ่งแล้วครับพี่น้อง เมื่อข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของเพนตากอนที่หลุดออกมาในช่วงเช้าวันที่ 24 เมษายน 2569 มันดันสวนทางกับสิ่งที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยคุยโวไว้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะในขณะที่ทำเนียบขาวพยายามปั่นข่าวว่าอิหร่านถูกถล่มจนสิ้นซากไปแล้ว แต่ความจริงคืออิหร่านยังอึดกว่าที่คิดเยอะ ข้อมูลระบุชัดว่ากองทัพอิหร่านไม่ได้ล่มสลายอย่างที่เคลม แถมยังมีขีปนาวุธเหลืออยู่ในคลังมากถึง 50% ส่วนกองเรือ IRGC ก็ยังซ่าได้อยู่เพราะมีศักยภาพพร้อมรบสูงถึง 60% เรียกว่างานนี้ทรัมป์หน้าแตกยับเยินเพราะข้อมูลที่ขัดแย้งกันเองในรัฐบาลสหรัฐฯ
เหตุการณ์มันยิ่งตึงเครียดหนักขึ้นไปอีก เมื่อมีรายงานด่วนในวันเดียวกันว่า หน่วย IRGC ของอิหร่านกำลังกางแผนชั่วร้ายเตรียมจู่โจมตัด สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้ดิน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งที่นี่เปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของระบบข้อมูลและการเงินโลก งานนี้ถ้าทำสำเร็จบอกเลยว่าพินาศกันหมด ไม่ใช่แค่เรื่องคุยโม้โอ้อวดเหมือนพวกกัมพูชาที่ชอบสร้างกระแสไปวันๆ แต่นี่คือของจริงที่จะทำให้ระบบ AI และฐานข้อมูล Data Center ยักษ์ใหญ่ของทั้ง Amazon และ Google ในแถบอาหรับต้องหยุดชะงักทันที
การที่อิหร่านเลือกพุ่งเป้าไปที่ระบบสื่อสารและอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่มันคือการแก้แค้นแบบเจ็บแสบ เพราะเทคโนโลยีพวกนี้แหละที่สหรัฐฯ เคยใช้เป็นเครื่องมือชี้เป้าสังหารผู้นำอิหร่านมาก่อน "สหรัฐฯ กำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก" เพราะนอกจากจะเสี่ยงขาดแคลนอาวุธหนักในการรับมือแล้ว หัวใจสำคัญอย่างระบบสั่งการลับที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงก็กำลังจะถูกทำลายไปด้วย กลายเป็นว่ามหาอำนาจโลกกำลังจะโดนตลบหลังด้วยวิธีการที่คาดไม่ถึง
ความน่ากลัวของสถานการณ์ล่าสุดนี้ทำให้เห็นว่า นโยบายสงครามของทรัมป์อาจจะพาสหรัฐฯ เดินไปลงเหวโดยไม่จำเป็น เพราะประเมินศัตรูต่ำเกินไป การที่อิหร่านยังคงรักษาเขี้ยวเล็บไว้ได้เกินครึ่งแบบนี้ หมายความว่าสงครามครั้งนี้จะลากยาวและรุนแรงกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ และผลกระทบมันจะลามไปถึงกระเป๋าตังค์คนทั้งโลกผ่านระบบการเงินที่อาจจะล่มสลายได้ทุกเมื่อหากสายเคเบิลใต้ทะเลถูกตัดขาดจริงๆ