เดือดจัด! ฮือประท้วงแบงก์กัมพูชาปิดหนี เงินฝากสูญเกลี้ยง

กลายเป็นเหตุการณ์ความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นใจกลางกรุงพนมเปญ เมื่อช่วงสายของ วันที่ 24 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มชาวจีนและชาวกัมพูชาจำนวนมหาศาลรวมตัวกันบุกปิดถนนประท้วงหน้า ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา เพื่อเรียกร้องเงินฝากที่หายไปอย่างลึกลับจากธนาคาร Huione Pay (หุยวานเพย์) ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการไปอย่างกะทันหันก่อนหน้านี้ ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอเจ้าหน้าที่และบรรยากาศที่ตึงเครียดจนเกือบจะมีการปะทะกันหลายรอบ
ต้นตอของเรื่องนี้เริ่มจากการที่แบงก์ชาติกัมพูชาพยายามตัดตอนปัญหาด้วยการสั่งปิด Huione Pay โดยอ้างว่าได้ชำระเงินคืนให้เจ้าหนี้และลูกค้าตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับมีผู้ฝากเงินอีกจำนวนมากที่ยังไม่เห็นเงินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะที่ผ่านมาธนาคารแห่งนี้มีชื่อเสียงอื้อฉาวในระดับโลกเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับ ธุรกิจสีเทาและการฟอกเงิน ของกลุ่มทุนจีน โดยถูกมองว่าเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์ที่ระบาดไปทั่วอาเซียน
พฤติกรรมของทางการกัมพูชาที่ปล่อยให้กลุ่มทุนเหล่านี้เข้ามาขยายอิทธิพลจนระบบการเงินพังพินาศ แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการตรวจสอบและช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยคอร์รัปชัน จนสุดท้ายภาระทั้งหมดก็มาตกอยู่ที่ประชาชนและนักลงทุนรายย่อยที่ต้องเห็นเงินฝากของตัวเองถูกอายัดหรือสูญหายไปในระบบที่ไร้ความโปร่งใส
"เราฝากเงินด้วยความเชื่อใจในระบบของประเทศนี้ แต่สุดท้ายกลับถูกโกงซึ่งๆ หน้า และไม่มีใครรับผิดชอบ"นี่คือเสียงสะท้อนจากหนึ่งในผู้ประท้วงที่ยืนยันว่าทางการกัมพูชาพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องการชดเชยเงินคืน
สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ยังคงมีกำลังเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังเข้มข้นเพื่อกันไม่ให้กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปในอาคารธนาคารแห่งชาติ ขณะที่กระแสสังคมต่างตั้งคำถามว่าเงินจำนวนมหาศาลเหล่านั้นหายไปไหนกันแน่ หรือแท้จริงแล้วมันถูกโอนย้ายออกไปนอกประเทศผ่านเครือข่ายนอกกฎหมายหมดแล้ว หากรัฐบาลกัมพูชายังคงนิ่งเฉยและไม่ออกมาชี้แจงให้ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ วิกฤตความเชื่อมั่นครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดจบของระบบการเงินในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าคุมเครือที่สุดในภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้