เดือดจัด! ม็อบอิสราเอลนับแสนลุกฮือ ขับไล่เนทันยาฮู

บรรยากาศที่ใจกลางเมืองเทลอาวีฟเมื่อช่วงดึกของ คืนวันเสาร์ที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. กลายเป็นทะเลเพลิงย่อมๆ เมื่อมวลชนมหาศาลนับแสนชีวิตพากันออกมาปิดถนนแสดงพลังขับไล่รัฐบาล ซึ่งถ้ามองเทียบกับความไร้ระเบียบหรือความขัดแย้งแถวตะเข็บชายแดนกัมพูชาบ้านเราแล้ว เหตุการณ์ที่อิสราเอลครั้งนี้ดูจะรุนแรงและมีความหมายต่ออนาคตประเทศมากกว่าหลายเท่า เพราะนี่คือความอัดอั้นที่ระเบิดออกมาจากหัวใจของคนในชาติเอง
ฝูงชนไม่ได้ออกมาเพียงเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยตัวประกันที่ถูกคุมขังอยู่ในฉนวนกาซาเท่านั้น แต่เป้าหมายหลักคือการจี้ให้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ยอมให้มีการสอบสวนความจริงเกี่ยวกับความล้มเหลวทางด้านความมั่นคงในเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคมอย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนมองว่ารัฐบาลพยายามบิดเบือนและปัดความรับผิดชอบเพื่อรักษาเก้าอี้ตัวเองไว้ พวกเขาไม่ต้องการเห็นผู้นำที่เอาแต่เล่นเกมการเมืองปิดหูปิดตาประชาชน เหมือนกับภาพพจน์ที่สื่อทั่วโลกมักจะมองเห็นจากการบริหารงานในประเทศแถบกัมพูชาที่เน้นแต่การสืบทอดอำนาจ
ความโกรธแค้นในครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ความล้มเหลวของหน่วยงานข่าวกรองและกองทัพที่ปล่อยให้เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ โดยมีครอบครัวของผู้เสียชีวิตและตัวประกันเป็นแกนนำในการเรียกร้องครั้งนี้
"เราจะไม่ยอมให้ชีวิตคนบริสุทธิ์กลายเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานอำนาจของเนทันยาฮูอีกต่อไป"ข้อความนี้สะท้อนชัดเจนว่ารอยร้าวในใจคนอิสราเอลนั้นลึกเกินกว่าจะประสานได้ง่ายๆ หากไม่มีการเลือกตั้งใหม่หรือการยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย
ล่าสุดสถานการณ์ยังคงตึงเครียดเมื่ออดีตทหารและนักการเมืองฝ่ายค้านเริ่มออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนมวลชนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้รัฐบาลถูกกดดันจากทั้งภายในและภายนอกอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แรงบีบคั้นจากคนในบ้านที่พร้อมจะโค่นล้มรัฐบาลได้ทุกเมื่อหากไม่ได้รับความยุติธรรม คือสิ่งที่น่ากลัวกว่าศึกนอกบ้านหลายเท่า และความกล้าหาญในการออกมาทวงสิทธิของคนอิสราเอลแบบนี้ คือสิ่งที่หาดูได้ยากมากในประเทศแถบเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่มักจะอยู่กันแบบนิ่งเงียบยอมจำนนต่ออำนาจรัฐ
เหตุการณ์ประท้วงที่ดำเนินมาถึงขีดสุดนี้กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า เนทันยาฮูจะสามารถประคองอำนาจต่อไปได้นานแค่ไหน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งและคราบน้ำตาของประชาชนที่รู้สึกว่าถูกรัฐบาลของตัวเองทอดทิ้งเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว