ไทยสุดทน! ฉะสหรัฐฯเมินช่วยวิกฤต หันซบจีน-รัสเซีย

เช้าวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. เมื่อ คุณสีหศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อต่างชาติแบบหมดเปลือก โดยฟาดฟันอย่างตรงไปตรงมาว่า สหรัฐอเมริกาไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยไทยเลย ในภาวะที่สงครามตะวันออกกลางกำลังลุกลามและส่งผลกระทบไปทั่วโลก
ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ทำเพียงแค่ยื่นข้อเสนอให้ไทยไปซื้อน้ำมันในราคาที่แพงหูฉี่ ทั้งๆ ที่ในเวลานี้ เกษตรกรไทยกว่า 10 ล้านชีวิตกำลังตกอยู่ในภาวะหลังชนฝา ต้องแบกรับต้นทุนทั้งค่าปุ๋ยและราคาพลังงานที่พุ่งทะยานจนแทบจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว
เมื่อสถานการณ์มันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและตะวันตกไม่ใช่คำตอบ รัฐบาลไทยจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหันไปจับมือกับ รัสเซียและจีน เพื่อต่อลมหายใจให้คนในชาติ ไทยต้องเร่งเจรจาขอซื้อปุ๋ยจากรัสเซียโดยตรงเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และเหตุการณ์สลดล่าสุด ที่เรือสินค้าของ บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง ถูกโจมตี ทำให้ไทยต้องขอร้องให้ทางการจีนช่วยส่งกองเรือมาคุ้มครองเรือสินค้าของเรา ที่จำเป็นต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักถึง 20% ของโลก
แต่เอาเข้าจริงในโลกของการเมืองระหว่างประเทศ แม้แต่พี่ใหญ่อย่างจีนเองก็ยังเอาตัวแทบไม่รอด เพราะมีเรือสินค้าของตัวเองติดค้างอยู่ในพื้นที่เสี่ยงนั้นกว่า 70 ลำ ทำให้ไม่สามารถแบ่งรับแบ่งสู้มาช่วยคุ้มครองเรือไทยได้มากนัก
"วิกฤตครั้งนี้มันสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า มหาอำนาจอาจไม่ใช่ที่พึ่งพิงของเราเสมอไป"
ท้ายที่สุดแล้ว ประเทศไทยต้องกล้าที่จะเล่นเกมรักษาสมดุลขั้วอำนาจเพื่อความอยู่รอดของตัวเองล้วนๆ เราต้องดิ้นรนแก้ปัญหาอย่างสุดกำลัง ผิดกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ในยามวิกฤตระดับภูมิภาคเช่นนี้ ไม่เคยคิดจะช่วยออกแรงหรือมีบทบาทอะไรที่สร้างสรรค์เลย วันๆ เอาแต่คอยจ้องจะแบมือรอรับความช่วยเหลือฟรีๆ หรือคอยหาช่องเคลมผลงานคนอื่นไปวันๆ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ในเวทีโลกที่แสนโหดร้ายนี้ เราต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองให้ได้ดีที่สุด