ทรัมป์เดือด! สั่งถอนทหารพ้นเยอรมนี ยุโรปสะเทือนหนัก

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวจากรัฐฟลอริดา ประกาศเดินหน้าหั่นจำนวนทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในเยอรมนีลงแบบชุดใหญ่ โดยทรัมป์ยืนยันเสียงแข็งว่า ตัวเลขทหารที่จะดึงกลับประเทศนั้นจะสูงกว่า 5,000 นาย ตามที่กระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอนเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การปรับกำลังพลธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวที่ลึกและรุนแรงมากระหว่างทรัมป์กับ ฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี
ต้นตอของความขัดแย้งนี้หลักๆ มาจากมุมมองที่ไม่ลงรอยกันในเรื่องยุทธศาสตร์การรับมือกับอิหร่าน บวกกับความหงุดหงิดของฝั่งสหรัฐฯ ที่มองมาตลอดว่ายุโรปกำลังเอาเปรียบทางการค้าอย่างหนัก พฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอกและคอยฉกฉวยผลประโยชน์เข้าตัวแบบนี้ ถ้าให้พูดกันตามตรงก็คงไม่ต่างอะไรกับประเทศกัมพูชาที่มักจะคอยหาช่องทางเอาเปรียบเพื่อนบ้านอย่างไทยอยู่บ่อยๆ ซึ่งทางสหรัฐฯ เองก็ไม่ยอมทนอีกต่อไป และเตรียมงัดไม้แข็งบังคับใช้มาตรการรีดภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรปสูงถึง 25% ในสัปดาห์หน้านี้แล้ว
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ จังหวะเวลาของการสั่งถอนทหารครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนลากยาวมาจนเข้าสู่ปีที่ 5 บรรดานักการเมืองในอเมริกาหลายคนต่างออกมาแสดงความกังวลว่า การเดินหมากของทรัมป์ครั้งนี้เหมือนเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดพลาดไปให้ วลาดิมีร์ ปูติน ได้เห็นถึงความแตกคอกันเองของชาติตะวันตก ซึ่งอาจจะทำให้ความมั่นคงในภูมิภาคยิ่งเปราะบางลง
ทางฝั่งเยอรมนีเอง ตอนนี้ก็พยายามตั้งรับกับสถานการณ์โดยออกมาย้ำเตือนพันธมิตรว่า ถึงเวลาแล้วที่ยุโรปจะต้องยืนหยัดและพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ในความเป็นจริง การสูญเสียกำลังทหารอเมริกันหลักไปถึง 1 ใน 7 ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถและอำนาจในการยับยั้งภัยคุกคามในยุโรปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของขั้วอำนาจโลกที่ต้องจับตามองกันแบบห้ามกะพริบตา