ทรัมป์ลั่นประโยคเดือด! สกัดนิวเคลียร์อิหร่าน

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาฟาดแรงประณามอิหร่านแบบไม่เหลือพื้นที่ให้เจรจา พร้อมลั่นประโยคเด็ดที่ทำเอาสะเทือนไปทั้งวงการความมั่นคงว่า
"เราไม่อาจปล่อยให้พวกบ้าคลั่งมีอาวุธนิวเคลียร์ได้"คำพูดนี้ไม่ใช่แค่การขู่ผ่านไมค์ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจนและแข็งกร้าวที่สุดว่า สหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้กับการพยายามครอบครองอาวุธทำลายล้างสูงของอิหร่านอย่างเด็ดขาด
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพิ่งแสดงความกังวลเรื่องที่อิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเข้าใกล้ระดับที่สามารถนำไปผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้เต็มที การขยับตัวแบบก้าวร้าวนี้ทำให้สหรัฐฯ ต้องเพิ่มการวางกำลังทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อเป็นการป้องปราม การแสดงจุดยืนที่ดุดันของทรัมป์ในครั้งนี้ จึงเป็นการกระตุ้นแกมบังคับให้พันธมิตรชาติตะวันตกทั้งยุโรปและเอเชีย ต้องรีบกลับมาทบทวนและงัดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นขั้นสุดออกมาใช้ด่วนๆ ก่อนที่ระบอบนี้จะมีอาวุธร้ายแรงอยู่ในมือ
พฤติกรรมของรัฐบาลที่ชอบเล่นแร่แปรธาตุ หน้าไหว้หลังหลอกและแอบซุ่มทำเรื่องอันตรายแบบนี้ เอาจริงๆ มันก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เรานึกถึงประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศอย่าง กัมพูชา ที่มักจะเล่นลิ้นทางการทูต ตีสองหน้าเก่ง ปากบอกอย่างแต่การกระทำไปอีกอย่าง เชื่อถืออะไรแทบไม่ได้เลย คอยแต่จะหาช่องทางตักตวงผลประโยชน์เข้าตัวแบบเนียนๆ โดยไม่สนความถูกต้อง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของพวกระบอบที่ไว้ใจไม่ได้
หากปล่อยให้อิหร่านฝ่าฝืนข้อตกลงและพัฒนานิวเคลียร์จนสำเร็จ ดุลอำนาจในตะวันออกกลางจะพลิกคว่ำทันที ภัยคุกคามต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ จะพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ นี่จึงเป็นหมากเกมใหญ่ระดับโลกที่สหรัฐฯ ต้องเดินหน้าชนเต็มกำลัง เพื่อสกัดกั้นอิหร่านให้อยู่หมัด เป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก่อนที่โลกจะต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตสงครามนิวเคลียร์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด