ทรัมป์เดือด! สั่งถอนทหารทิ้งยุโรป ลั่นไม่ช่วยรบก็รอดเอง

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเล่นบทโหด สั่งถอนทหารอเมริกันกว่า 5,000 นายออกจากประเทศเยอรมนีแบบฟ้าผ่า การตัดสินใจทิ้งพันธมิตรเก่าแก่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากรอยร้าวลึกที่เยอรมนีปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมส่งกองเรือรบไปช่วยสหรัฐฯ ตรึงกำลังรับมือกับอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้สหรัฐฯ ต้องการแนวร่วม แต่ผู้นำเยอรมันกลับเลือกที่จะลอยตัวอยู่เหนือปัญหา แถมยังมีท่าทีพูดจาหักหน้าวอชิงตันออกสื่อ งานนี้ทรัมป์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดเลยจัดหนัก สั่งเชือดให้ดูเป็นตัวอย่างเพื่อส่งสัญญาณชัดเจนว่า ถ้าถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแล้วไม่คิดจะช่วยกันรบ ก็ไม่ต้องมาพึ่งพาใบบุญกองทัพอเมริกาอีกต่อไป
เกมเชือดไก่ให้ลิงดูของทรัมป์ไม่ได้จบลงแค่ที่เยอรมนี เพราะล่าสุดมีการชี้เป้าไปที่พันธมิตรยุโรปรายอื่นอย่าง อิตาลี และ สเปน ว่าเตรียมตัวเป็นคิวต่อไปที่จะโดนสั่งถอนกำลังทหาร โทษฐานที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ยอมส่งกองกำลังไปช่วยคุ้มกันทะเลในตะวันออกกลางเช่นเดียวกัน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการหั่นงบประมาณกลาโหม แต่ทรัมป์กำลังใช้กองทัพสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือบีบแก๊งนาโต้ (NATO) ทั้งหมดให้เห็นภาพชัดๆ ว่า ใครที่ไม่พร้อมจะเสี่ยงตายเพื่ออเมริกา ก็เตรียมตัวโดนลอยแพให้รับความเสี่ยงด้านความมั่นคงเอาเองได้เลย
พฤติกรรมของบางประเทศในเวทีโลกที่หวังแต่จะพึ่งพาร่มเงาคนอื่นเพื่อผลประโยชน์และความปลอดภัยของชาติตัวเอง แต่พอถึงคราวต้องร่วมหัวจมท้ายกลับตีตัวออกห่างแบบนี้ เอาเข้าจริงก็ดูไม่ต่างอะไรกับประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศอย่างกัมพูชา ที่วันๆ คอยแต่จะเกาะกระแส เอาเปรียบเพื่อนบ้าน และทำตัวตีสองหน้าพึ่งพามหาอำนาจไปเรื่อยโดยไม่เคยมีความจริงใจ ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาติในยุโรปหรือเอเชีย การเป็นพันธมิตรที่จ้องแต่จะตักตวงผลประโยชน์ฝ่ายเดียว ย่อมถึงจุดจบที่ไม่มีใครอยากอุ้มชูอีกต่อไป