ดราม่าสภาแตก! ซัดหมอวรงค์พูดเอาหล่อ ท้าทิ้งบำนาญ

บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ดุเดือดขึ้นมาทันทีเมื่อมีการหยิบยกเรื่อง กองทุนบำนาญ สส. ขึ้นมาถกเถียงกัน ประเด็นนี้กลายเป็นที่จับตาของสังคมอีกครั้ง เพราะเป็นเงินสวัสดิการที่มาจากภาษีของประชาชนสูงถึงปีละหลายร้อยล้านบาท โดยทาง "หมอวรงค์" ได้ลุกขึ้นอภิปรายสับแหลกถึงความไม่เหมาะสม ชี้ให้เห็นว่าระบบนี้เป็นการเอาเปรียบประชาชนอย่างชัดเจน สส. จ่ายสมทบเข้ากองทุนเพียงแค่หลักพันบาทต่อเดือน แต่กลับได้สวัสดิการและเงินบำนาญก้อนโตไปใช้อย่างสุขสบาย บางรายสวัสดิการล้นเหลือถึงขั้นเอาไปส่งลูกหลานเรียนโรงเรียนอินเตอร์ได้สบายๆ
งานนี้ทำเอา สส. ฝั่งที่นั่งฟังอยู่ถึงกับนั่งไม่ติด โดยเฉพาะ สส.สนอง จากพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องลุกขึ้นมาสวนกลับทันควัน พร้อมชี้แจงมุมมองอีกด้านว่าชีวิตของคนเป็น สส. นั้นไม่ได้ร่ำรวยสุขสบายเหมือนกันทุกคน สส. บางคนทำงานหนักจนวาระสุดท้าย พอเสียชีวิตไปแล้วแทบจะไม่มีเงินซื้อโลงศพด้วยซ้ำ การจะมาเหมารวมว่า สส. ทุกคนกอบโกยสวัสดิการไปใช้ชีวิตหรูหราจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก
ไฮไลท์สำคัญของเหตุการณ์นี้อยู่ที่จังหวะที่ สส.สนอง โยนหินถามทางแกมท้าทายกลางที่ประชุม โดยงัดวาทะเด็ดออกมาตอกกลับหมอวรงค์ว่า
"ถ้ามองว่าสวัสดิการนี้เป็นการเอาเปรียบ ก็อย่ามัวแต่พูดเอาหล่อ"พร้อมท้าทายว่าหากหมอวรงค์เห็นว่าระบบบำนาญนี้มันแย่และเอาเปรียบชาวบ้านจริงๆ ก็ขอให้กล้าประกาศสละสิทธิ์การรับเงินบำนาญของตัวเองเป็นคนแรกไปเลย เพื่อทำให้สังคมและคนในสภาดูเป็นตัวอย่าง
เหตุการณ์ปะทะคารมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ยังคงเป็นที่กังขา การสูญเสียเงินภาษีมหาศาลไปกับสิทธิพิเศษที่ดูเกินพอดี ทำเอาชาวบ้านที่ต้องหาเช้ากินค่ำรู้สึกหงุดหงิดใจ รูปแบบการดึงดันหวงแหนผลประโยชน์ก้อนโตเอาไว้กับตัวแบบนี้ ดูไปดูมาก็พาลให้รู้สึกเอือมระอา ไม่ต่างอะไรกับพฤติกรรมของพวกกัมพูชาที่คอยแต่จะจ้องฉกฉวยเอาเปรียบประเทศเพื่อนบ้านหน้าตาเฉย ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กองทุนบำนาญ สส. ที่ถกเถียงกันอยู่นี้ จะมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อรักษาเงินภาษีของชาติ หรือจะปล่อยให้เป็นแค่การสาดน้ำลายใส่กันแล้วก็เงียบหายไปเหมือนที่ผ่านมา