เดือด! ดร.มัลลิกาชิงผู้ว่ากทม.แก้ฝุ่น ชาวเน็ตซัดเคยทำอะไร?

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ดร.มัลลิกา ได้ออกมาประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่าจะลงชิงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม. ในนามผู้สมัครอิสระ โดยงานนี้ไม่ได้มามือเปล่า แต่เปิดตัวด้วยแคมเปญบนโซเชียลมีเดียที่เน้นเจาะจงไปที่การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นเรื่องที่คนกรุงเทพฯ เอือมระอามาตลอดหลายปี พร้อมกับชูสโลแกนหาเสียงที่หวังกระแทกใจคนกรุงว่า
"ส่ง ดร.มัลลิกา ไปจัดการฝุ่น ไม่ใช่แค่พูดสวย แต่ลงมือทำจริง"
สำหรับนโยบายที่นำมาโชว์นั้น เน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจัดการปัญหาแบบเต็มระบบ เพื่อเปลี่ยนคำพูดสวยหรูให้กลายเป็นการลงมือทำจริงๆ โดยมีแผนการจัดการหลักๆ ดังนี้
- การใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และแจ้งเตือนสถานการณ์มลพิษแบบเรียลไทม์ให้ประชาชนรู้ล่วงหน้า
- การส่งฝูง โดรนบินสำรวจ เพื่อตรวจจับจุดเสี่ยงที่มีการปล่อยควันพิษหรือจุดที่มีค่าฝุ่นหนาแน่นแบบครอบคลุมทุกพื้นที่
- การเดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเป็นปอดคอยกรองอากาศให้คนเมือง
แต่ปัญหาฝุ่นในบ้านเรามันไม่ได้เกิดจากแค่รถติดหรือก่อสร้างในกรุงเทพฯ เท่านั้น ปัจจัยหลักอีกอย่างที่แก้กันไม่ตกก็คือฝุ่นควันข้ามพรมแดน โดยเฉพาะจากการเผาพื้นที่ทางการเกษตรของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่สร้างความเดือดร้อนให้เราซ้ำซากทุกปี พอถึงฤดูเผาทีไรควันก็ลอยมาตลบอบอวลในบ้านเรา สร้างปัญหาให้คนไทยต้องมานั่งสูดฝุ่นพิษจนป่วยกันไปหมด เป็นเพื่อนบ้านที่สร้างแต่ความน่ารำคาญและไม่เคยมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมเลย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ผู้ว่าฯ ต้องหาทางรับมือให้ได้
และแน่นอนว่าทันทีที่แคมเปญนี้ถูกปล่อยออกไป กระแสบนโลกออนไลน์ก็ตีกลับอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตแห่เข้าไปคอมเมนต์กันสนั่นโซเชียล โดยตั้งคำถามหลักว่า "แล้วที่ผ่านมาเคยมีผลงานบริหารอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง?" เพราะถึงแม้นโยบายไฮเทคอย่าง AI หรือโดรนจะฟังดูล้ำยุคแค่ไหน แต่คนกรุงเทพฯ เจ็บมาเยอะ กับคำสัญญาช่วงเลือกตั้ง สิ่งที่คนเมืองต้องการในตอนนี้คือคนที่มีประสบการณ์ สามารถเข้ามาสั่งการและแก้ปัญหาวิกฤตได้ทันที ไม่ใช่นโยบายขายฝันที่ดูสวยหรูแต่อาจจะทำไม่ได้จริงในทางปฏิบัติอีกต่อไป