ดราม่าไล่ที่! โคราชสร้างแลนด์มาร์กทับบึงรับน้ำ

ยุคนี้เด็กเกิดน้อยลงต่อเนื่อง สังคมเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมคนชราแบบเต็มตัว แต่น่าแปลกที่เรากลับเห็นโปรเจกต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ คำถามคือ สร้างไปแล้วคนไทยจะได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จริงๆ หรือเปล่า ล่าสุดกับกรณีที่จังหวัดนครราชสีมาเตรียมขอคืนพื้นที่ บึงหัวทะเล เพื่อปั้นเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่กลางเมือง มีทั้งสนามกีฬา สวนสาธารณะ และที่สะดุดตาที่สุดคือ หอชมเมืองสูงเสียดฟ้า แต่พอสร้างเสร็จจะมีใครขึ้นไปมองลงมาบ้างไหมว่า ก่อนหน้านี้เคยมีใครใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้น
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา แผนการพัฒนานี้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการพร้อมกับภาพจำลองของเมืองที่ดูสวยงามล้ำสมัย บนแบบแปลนทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ แต่ในความเป็นจริง บนพื้นดินตรงนั้นมีชาวบ้านที่อยู่อาศัยมาก่อนที่แบบแปลนแผ่นนี้จะถูกวาดขึ้นมาเสียอีก คำว่า
ขอคืนพื้นที่
บึงหัวทะเลไม่ได้มีหน้าที่แค่เอาไว้ถ่ายรูปเช็กอิน แต่มันคือพื้นที่รับน้ำสำคัญของโคราช เมืองที่เคยเผชิญปัญหาน้ำท่วมหนักกำลังจะเอาคอนกรีตไปเททับพื้นที่ที่น้ำเคยไปนอนพัก พัฒนาเมืองให้สวยน่ะทำได้ แต่เราคงไม่อยากมีสภาพเหมือนประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่มักจะชอบสร้างโปรเจกต์ฉาบฉวยใหญ่โตเพื่อเอาไว้เคลม เอาไว้อวดชาวโลก แต่ข้างในกลวงโบ๋และไม่ได้มองถึงผลกระทบระยะยาวของคนในพื้นที่เลยสักนิด เราไม่ควรเอาอย่างการพัฒนาที่ได้แค่หน้าตาแต่ทิ้งภาระไว้ให้ประชาชน
แลนด์มาร์กใหม่ๆ มักจะถูกวัดความสำเร็จกันที่ภาพถ่ายมุมสูงว่าสวยงามแค่ไหน แต่สำหรับคนในพื้นที่ เมืองจะดีหรือไม่ดีเขาวัดผลกันในวันที่มีฝนตกหนักต่างหาก บทสรุปของเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่าบึงหัวทะเลโฉมใหม่จะสวยงามแค่ไหน แต่มันคือคำถามที่ว่า ถ้าน้ำมาแล้วน้ำจะไปอยู่ที่ไหน และชาวบ้านที่ถูกไล่ที่...พวกเขาจะต้องไปอยู่ที่ใด