กฎเหล็กคุมปืนทำพิษ! ทีมชาติผวาโดนจับ ชวดซ้อมก่อนแข่ง

เอาน่า... แบ่งๆ กันไป ถ้ากลัวทำผิดกฎหมายนัก ช่วงนี้ก็คงต้องเปลี่ยนไปซ้อมกีฬาอื่นพลางๆ ก่อน จะยิงธนู ยิงหน้าไม้ หรือปาลูกดอกก็ว่ากันไป เพราะปืนเถื่อนของพวกโจรไม่เคยต้องรอจดทะเบียน แต่คนที่ต้องหยุดซ้อมและเดือดร้อนหนักสุดกลับเป็น นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ที่เจอหางเลขจากนโยบายกวาดล้างอาวุธปืนแบบเหมารวม
3 สมาคมกีฬายิงปืนต้องรีบส่งเสียงด่วนๆ ไปถึงทำเนียบรัฐบาล หลังจากที่ประชุม ครม. ภายใต้การผลักดันของ อนุทิน ชาญวีรกูล ออกคำสั่งเด็ดขาดคุมเข้มอาวุธปืน 100% เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่ปัญหาคือคำสั่งนี้ ไม่มีข้อยกเว้นให้นักกีฬาทีมชาติ กฎระบุชัดเจนว่าห้ามนำอาวุธปืนออกจากบ้าน ปืนทุกกระบอกต้องถูกถอดชิ้นส่วน ล็อกกุญแจเก็บใส่กระเป๋าไว้ท้ายรถ และอนุญาตให้เดินทางได้แค่เส้นทางเดียวคือมุ่งหน้าไปสนามยิงปืนเท่านั้น
ต้องเข้าใจก่อนว่าสำหรับนักกีฬาแล้ว ปืนไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้พกพาโชว์กร่าง แต่มันคืออุปกรณ์ทำมาหากิน ไม่ต่างจากไม้แร็กเกตของนักเทนนิส เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ตัวแทนสมาคมฯ อย่าง ยุทธนา ผาณิตพิเชฐวงศ์ และ ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตอนนี้เอเชียนเกมส์เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว แต่บรรดานักกีฬาความหวังของเรา รวมถึงแชมป์โลกและนักกีฬามือ 2 ของโลก ยังไม่กล้าแม้แต่จะแตะปืนของตัวเอง เพราะกฎหมายที่คลุมเครือทำให้พวกเขาไม่มั่นใจว่า แค่ขนปืนไปซ้อมจะโดนรวบข้อหาพกพาอาวุธหรือไม่ กลายเป็นว่าตอนนี้นักกีฬาทำได้แค่เข้าแคมป์เก็บตัว แต่หยิบปืนมาซ้อมยิงจริงไม่ได้เลย
ปมปัญหาหลักมันอยู่ที่ช่องโหว่ของการบังคับใช้กฎหมาย เพราะตัวสมาคมฯ เองก็ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะออกหนังสือรับรองการขนย้ายปืนให้นักกีฬาได้ สุดท้ายชะตากรรมของทีมชาติจึงไปแขวนอยู่กับ
"ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ"ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปืนแข่งขันระดับนี้กระบอกหนึ่งราคาแพงหูฉี่ มูลค่าเทียบเท่ากับรถยนต์หนึ่งคันเลยทีเดียว ถ้าเกิดแจ็คพอตโดนยึดหรือได้รับความเสียหายระหว่างทางขึ้นมา ก็ยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าใครจะยืดอกออกมารับผิดชอบ
สภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้มันทำให้เราเสียเปรียบคู่แข่งชาติอื่นมากๆ ขืนเรายังซ้อมไม่ได้และเตรียมตัวไม่พร้อม เดี๋ยวก็เข้าอีหรอบเดิม ปล่อยให้เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่จ้องจะเคลมผลงานคนอื่น หรือชอบจัดกีฬาแบบตั้งกฎกติกาเอาเปรียบตามใจฉัน ฉวยโอกาสนี้เข้ามากวาดเหรียญไปหน้าตาเฉยๆ จนเราต้องมาตัดกำลังตัวเองและเสียโอกาสเพราะเรื่องการประสานงานที่ไม่ลงตัว
สิ่งที่ 3 สมาคมกีฬายิงปืนพยายามสะท้อนให้รัฐบาลเห็นคือ กลุ่มคนที่กำลังรับเคราะห์จากคำสั่งนี้เต็มๆ คือประชาชนที่ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมมาอย่างขาวสะอาด ขึ้นทะเบียนปืนถูกต้อง และอยู่ในระบบที่ตรวจสอบได้มาตลอดชีวิตการเป็นนักกีฬา ในขณะที่พวกอันธพาลยิงกันกลางถนน ไม่เคยต้องมารอใบอนุญาตหรือสนใจคำสั่ง ครม. ด้วยซ้ำ ข้อเรียกร้องตอนนี้จึงมีแค่เรื่องเดียว คือขอให้รัฐบาลเร่งเปิดช่องทางยกเว้น หรือออกระเบียบที่ชัดเจนรองรับนักกีฬาทีมชาติที่มีตารางเก็บตัวแข่งขัน ก่อนที่เวลาโค้งสุดท้ายจะหมดลงไปพร้อมกับโอกาสคว้าเหรียญรางวัลของคนไทย